Friday, August 18, 2006

ข่าวดี-ข่าวร้าย

...

เคยได้ยินแก๊กตลกแนว ข่าวดี-ข่าวร้าย ไหมครับ? แบบประมาณว่ามีข่าวมาบอกคุณ 2 เรื่อง เป็นข่าวดีเรื่องนึงกับข่าวร้ายเรื่องนึง คุณจะฟังอะไรก่อน มีข่าวดีว่าคุณจะได้ไปออกเดทกับนางงามจักรวาล ข่าวร้ายคือนางงามจักรวาลประจำปี 1965 แก๊กตลกอะไรประมาณนี้แหละ (ฮากริบเลยหล่ะสิ -_-) จริงๆ แล้วมันได้ผลมากนะครับ เพราะมันสั้นและหักมุมรุนแรง ถ้าเป็นคนอื่นเล่าคงฮากว่านี้ แต่นี่ผมเป็นคนเล่าเรื่องตลกไม่เป็นหน่ะครับ แก๊กข่าวดี-ข่าวร้ายมีหลายเรื่อง ผมเคยอ่านจากหนังสือเรื่อง ริมระเบียง ของวาณิช จรุงกิจอนันต์ รวบรวมมาจากแก๊กฝรั่งที่เขาแปลลงหนังสือพิมพ์สมัยก่อน

วันนี้มีแก๊กข่าวดี-ข่าวร้ายมาเล่าให้ฟังเรื่องนึง คือกาแฟคั่วบดที่บ้านหมดแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ตอนเที่ยงเมื่อกี้เลยแวะท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต แถวๆ ศรีย่าน เพื่อเดินหาซื้อกาแฟซูซูกิสักถุง สังเกตว่าแผนกสินค้าหมวดกาแฟมีความเปลี่ยนแปลงไป คือสินค้ากาแฟสำเร็จรูปพวกเนสกาแฟ เขาช่อง และกาแฟซองๆ แบบ 3 in 1 ขยายพื้นที่ออกมากินพื้นที่สินค้าเม็ดกาแฟคั่วบด ที่เหลืออยู่แค่แมวดิ้นตาย มีกาแฟเม็ดคั่วบดเหลือให้เลือก 2 ยี่ห้อครับ คือซูซูกิ และวีพีพี เท่าที่กินมาทั้งสองยี่ห้อ คุณภาพและรสชาติสูสีกัน แต่ราคาต่างกันประมาณ 20 กว่าบาท เพราะยี่ห้อซูซูกิดูหรูกว่าหน่อย วันนี้อยากกินหรูเลยเลือกซูซูกิ และดูถุงที่วันที่ผลิตใหม่หน่อย ดูป้ายราคา 129 บาท ตามปกติ ผมหยิบไปต่อจ่ายเงินที่เคานเตอร์แคชเชียร์ พนักงานสแกนบาร์โค้ดข้างห่อ ติ๊ดๆ ราคาสินค้าขึ้นที่หน้าจอ เป็น 155 บาท! ผมก็ร้อง เฮ้ยน้อง! ที่ชั้นวางมันติดป้าย 129 บาท คราวที้แล้วพี่ก็ซื้อราคานี้ น้องพนักงานก็ทำหน้างงๆ ผมวิ่งกลับไปดูที่ชั้นวาง กาแฟซูซูกิแบบเอสเปรสโซ่ แปะป้าย 129 บาทจริงๆ เลยเอากลับมาท้วงเขาอีกรอบ พนักงานเลยเดินเอาไปให้พนักงานที่อาวุโสกว่า ช่วยกดราคาดูให้ ผมเห็นเขาวิ่งไปวิ่งมาอยู่สักพัก พนักงานอาวุโสก็เดินมา บอกว่าขอโทษจริงๆ นะคะคุณ ตอนนี้กาแฟนี้ปรับราคาใหม่แล้ว เป็น 155 บาท แต่เนื่องจากทางห้างเรามีนโยบายว่า ถ้าป้ายสินค้าผิดหรือพนักงานคิดเงินผิด ลูกค้าจะได้สินค้าชิ้นนั้นไปเลยฟรีๆ เดี๋ยวหนูให้กาแฟถุงนี้แก่คุณไปเลยนะคะ เป็นการขอโทษ พนักงานเอากาแฟใส่ถุงพลาสติกยื่นให้ ผมก็ โอ้โห! ดีเว้ย! กินกาแฟฟรีๆ ไป 2 อาทิตย์ เพราะตามปกติ กาแฟคั่วบดถุงหนึ่ง ผมกินได้ประมาณ 2 อาทิตย์ครับ นี่คือข่าวแรกที่มาเล่าให้ฟัง คือข่าวดีครับ

แต่ระหว่างที่กำลังเดินกลับมาทำงานต่อที่ออฟฟิศ ก็นึกๆ นี่กาแฟมันปรับราคาขึ้นแล้วนี่หว่า พอกินถุงนี้หมด คราวหน้าก็ต้องซื้อถุงละ 155 บาทเข้าไปแล้ว นี่ขนาดเป็นกาแฟซูซูกิแบบเอสเปรสโซที่ราคาถูกที่สุดนะครับ เพราะมันมีส่วนผสมของโรบัสต้าเยอะหน่อย ยังมีกาแฟแบบอื่นที่แพงกว่านี้อีกครับ ที่เขาใช้อะราบิก้าล้วนๆ ไม่รู้ว่ามันจะปรับราคาขึ้นไปเป็นเท่าไร คิดดูครับว่า จากราคา 129 บาท ปรับเป็น 155 บาท คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าอยากรู้ก็ให้เอา 155 - 129 หารด้วย 129 และคูณด้วย 100 ผลออกมาคือกาแฟคั่วบดซูซูกิปรับราคา 20.15% แล้วครับ ตั้งแต่ผมทำงานประจำที่บริษัทนี้ ยังไม่เคยมีปีไหนที่ปรับเงินเดือนเกิน 10% เลยเชื่อไหม? เศรษฐกิจท่าทางจะแย่จริงๆ ครับ ดูได้ชัดจากชั้นวางสินค้ากาแฟในห้างด้วย กาแฟแบบแพงๆ เริ่มหดหาย แทนที่ด้วยกาแฟ 3 in 1 และค่าครองชีพในปัจจุบันถีบตัวสูงขึ้นพรวดๆ การที่ผมจะขอมีไลฟ์สไตล์ที่หรูหราสักนิดหนึ่ง แค่การได้กินกาแฟสดเพียง 1 แก้วทุกเช้า ต่อจากนี้ไป ยังไม่รู้เลยว่าจะทำได้เหมือนเคยหรือเปล่า คงจะกลายเป็นเรื่องที่ยากเสียแล้ว สงสัยว่าอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า พอกาแฟถุงนี้หมด คงต้องกลับไปชงกาแฟ 3 in 1 กินซะละมั้ง ข้าวของทุกอย่างแพงขึ้นนะครับ ไม่ใช่เฉพาะแค่กาแฟที่เล่ามา แม้แต่ค่ารถเมล์ที่ต้องนั่งมาทำงานประจำทุกวัน ก็ขึ้นราคาเร็วกว่าเงินเดือนเสียอีก นี่ไงหล่ะ ข่าวเรื่องที่ 2 ที่เป็นข่าวร้ายไง เป็นไงบ้างครับ แก๊กตลกแนวข่าวดี-ข่าวร้ายของผมวันนี้ ฮาไหม? บอกแล้วว่าผมเล่าเรื่องตลกไม่เก่ง ฮากริบเลยหล่ะสิเนี่ยะ

...

3 comments:

Waterloo Sunset said...

ฮ่า ๆๆๆ ฮาตรงคำว่าฮากริบนี่แหละ
อยากกก คอฟฟี่เบอรี่

grappa said...

กริบ เจงๆ

Cattown said...

สำหรับคนที่ไม่มีเงินเดือนพอที่จะไปซื้อกาแฟคั่วในท็อปซูเปอร์มาร์เก็ต เขาคงจะไม่ตลกไปกับคุณแน่