Saturday, August 05, 2006

สีลม ซอย 2

...

สรุปว่าเมื่อวาน แทนที่จะออกไปงานเปิดตัวหนังสือของเครืออัมรินทร์ตอนบ่าย แต่ก็ทนเบื่อออฟฟิศไม่ไหว เลยไปดูหนังรอบสื่อครับ เรื่อง สีลมซอย 2 หนังเกย์แบบอภิมหาหนังเกย์เลย คือมันไม่ใช่แค่หนังเกี่ยวกับชีวิตเกย์ ที่ทำให้คนทั่วไปดู อย่าง Brokeback Mountain หรือ Transamerica ที่ Mass และจับใจคนได้อย่างครอบคลุมทุก Gender ทุก Sex แต่สีลมซอย 2 นี่เป็นหนังเกี่ยวกับชีวิตเกย์ ที่เน้นให้กลุ่มเกย์ดูโดยเฉพาะเลยครับ เหมือนหนังใต้ดินที่ถ่ายทำกันเอาไว้ดูเฉพาะกลุ่มคนแคบๆ เพราะมันถ่ายทำกันอย่างลวกๆ ดิบๆ ด้วยกล้องวิดีโอ เจ้าของหนังเขาเอาไว้อัดลงแผ่นดีวีดีขายครับ ไม่ได้ฉายโรงทั่วไป แต่นี่เป็นรอบสื่อมวลชนที่เขาคงอยากจะโปรโมต เลยเอามาฉายให้ดูกันเป็นพิเศษ ตัวหนังไม่มีอะไรมาก ไม่อยากวิจารณ์ แต่ที่อยากจะเอามาเล่าให้ฟังเหลือเกิน ก็คือบรรยากาศหน้าโรงฉายก่อนหนังเข้าหน่ะครับ พวกเรา 5 คนทั้งเกย์และไม่เกย์ ยกพวกเดินทางกันไปถึงโรงหนังเซ็นจูรี่ประมาณทุ่มนึง เพื่อลงทะเบียนรับบัตร มีผู้คนยืนออกันบริเวณหน้าโรงเกือบร้อยคนได้ มองปราดเดียวก็รู้ครับ ว่าใครเป็นใคร แต่ละคนนั้นแต่งหน้าทำผม และระดมพลมาดูหนังด้วยกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เหมือนเป็น Gay Event ที่สำคัญประจำสัปดาห์ ผมในฐานะที่ไม่ค่อยเข้าพวกกับเขาเท่าไร พอรับบัตรเสร็จ ก็เดินตัวลีบๆ ไปหาชัยภูมิเหมาะๆ ในการปักหลักรอ ช่วงเวลาตอนนี้แหละครับ ที่ผมว่ามันน่าสนใจกว่าตัวหนังที่จะดูเสียอีก บรรยากาศรอบๆ ตัวมันอึดอัดพิกล จะขยับซ้ายขยับขวา หรือจะก้าวขาเดินไปไหน รู้สึกเหมือนกับมีสายตาจับจ้องอยู่ตลอดเวลา คุณเคยรู้สึกไหม เวลาอยู่ในที่โล่งๆ แล้วเกิดลางสังหรณ์บางอย่าง ว่ากำลังมีคนจ้องอยู่ข้างหลังหน่ะ ความรู้สึกเป็นแบบนั้นแหละครับ แล้วพอหันหน้าไปมอง ก็เจอสายตาคู่นั้นจ้องอยู่จริงๆ มันสยองนะครับ ขนลุกเกรียว อะไรวะ มองกูทำไมเนี่ยะ แล้วพอหลบสายตาเขา หันไปมองอีกทาง ก็ป๊ะกับสายตาอีกคู่พอดี เฮ้ยๆ อะไรวะ มีมามองกูอีกคนแล้ว ผมก็เลยก้มหน้าเดินงุดๆ ไปยืนอยู่ตรงมุมหน้าห้องน้ำ ลองเงยหน้าขึ้นไปดูอีกที สายตาที่ดูเป็นมิตรมากๆ สองคู่นั้นก็ยังมองผมอยู่อีก อะไรวะเนี่ยะ จึงค่อยๆ รู้ตัวขึ้นมา ว่านี่ละมั้ง ที่เขาเรียกว่าอาการ Homophobia หรืออาการหวาดกลัวคนเป็นเกย์ ผมคิดว่าพวกผู้ชาย Straight ส่วนใหญ่ที่มีอาการกลัวเกย์ คงมีความคิดเหมือนผมครับ คือคิดว่าเกย์เป็นสิ่งมีชีวิตอยู่บนยอดสุดของปิระมิดห่วงโซ่อาหาร ในขณะที่ผู้ชายออกล่าผู้หญิงเป็นอาหาร เราก็คิดไปว่าพวกเกย์ออกล่าผู้ชายเป็นอาหารด้วย นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นมิตรกับเกย์ เพราะผู้หญิงคิดว่าเกย์ช่วยพวกเธอ และอยู่ข้างเดียวกับพวกเธอ ในขณะที่ผู้ชายมักจะเกลียดและกลัวเกย์ หรืออย่างน้อยก็ไม่อยากไปสุงสิงด้วยเท่าไร เพราะเรากลัวอันตรายจะมาถึงตัว บางคนถึงกับทำตัวเป็นศัตรู หรือทำร้ายเกย์เลยก็มี จนกระทั่งถึงเวลาหนังเข้า และได้ดูหนังไปเรื่อยๆ ผมก็ค่อยๆ เข้าใจครับ ว่าความหวาดกลัวเกย์นั้น มันบ่มเพาะอยู่ในสังคมเราตลอดเวลา และผู้ชาย Straight ได้เรียนรู้ความน่ากลัวของเกย์ จากป๊อปคัลเจอร์ที่นำเสนอภาพเกย์แบบ Cliche' ซ้ำๆ ซากๆ ทุกวัน อย่างในหนังเรื่องนี้ก็เสนอภาพชีวิตเกย์ แบบไปเจอกันในผับ หลงรักกัน มีเซ็กส์กัน แล้วคนนึงก็ติดเอดส์ตาย อีกคนเลยร้องไห้ อะไรแบบนี้แหละ สรุปก็คือเกย์เกี่ยวข้องกับเอดส์ และเกย์จะต้องเศร้าร้องไห้ นอกจากนี้ในหนังอัดแน่นไปด้วยฉากเซ็กส์ของคู่พระนาง สรุปก็คือเกย์มั่วเซ็กส์ละเมิดศีลธรรม ในละครทุกเรื่องก็จะมี Cliche' แนวเกย์ควายตัวตลก คอยล่วงละเมิดทางเพศผู้ชายคนอื่นตลอดเรื่อง ในหนังชั้นดีจากฮอลลีวู้ดก็นำเสนอภาพเกย์ที่ Cliche' อีกนั่นแหละ สรุปคือเป็นเอดส์ตายหรือไม่ก็ฆ่าตัวตาย ผมเองรู้ดีว่านี่คือมายาคติที่ฝังหัวเราอยู่ครับ รุ่นพี่ที่ออฟฟิศคนหนึ่งที่เขาเป็นเกย์ ก็เคยพูดเรื่องนี้ให้ฟังครับ ว่าอีบ้า! กระเทยไม่ได้บ้าผู้ชายกันทุกคนหรอก เขาก็แค่ดูๆ พอรู้ว่าแกไม่ใช่ หรือแกไม่เอาด้วย เขาก็ไม่มายุ่งอะไรกับแกหรอก กระเทยไม่ได้โง่นะเว้ย ผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่อง Gender และเรื่องปรัชญาสตรีนิยมอะไรพวกนี้มาพอสมควร ตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาโท รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่มันห้ามอาการ Homophobia ในหัวสมองไม่ได้อยู่ดีแหละครับ Phobia คืออาการกลัวโดยไม่มีเหตุผล ถึงรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัว แต่คนที่มีอาการนี้ก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี บางคนกลัวแมว บางคนกลัวเชื้อโรค บางคนกลัวเลือด มีดาราบางคนกลัวกุนเชียง บางคนกลัวส้มด้วยครับ เห็นในรายการทอล์คโชว์ทางทีวี พิธีกรชอบเอาอะไรงี่เง่าพวกนี้มาโยนใส่แขกรับเชิญ ฟังดูน่าตลกใช่ไหม แต่ถ้าเขากลัวจริงๆ ไม่ใช่บอกว่ากลัวเพื่อหามุขตลกให้ตัวเอง ก็น่าสงสารนะครับ

...

4 comments:

bbr said...

ชอบหนังเรื่องนี้ที่เล่าเร่ืองแบบ A - Z ทำให้น่าติดตามในช่วงตัวอีกษรแรกๆ แต่อย่างอื่นก็พอเดาได้หมดครับ มีฉากกอดเสื้อแบบ ฺBrokeback Mountain ด้วย

กำลังคิดว่าหนังเรื่อง BBMT ได้สร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนมากอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ฉากผู้ชายกอดเสื้อแล้วรำพึงรำพัน ร้องไห้
หากต่อไปมีหนังเรื่องไหนใช่ฉาก กอดเสื้อแทนความอาลัยอาวรณ์คนดูหนังต้องนึกถึง BBMT แน่ๆ

Anonymous said...

คุณพี่คะ
เค้าไม่ทำอะไรเธอเลยค่ะ เราว่าเค้าต้องเลือกหน้าตาบ้างละนะเจ้าคะ เอิ๊ก

Cattown said...

สวัสดีคุณดูหนัง 5 คน

หลังจากที่ฉันไปนิ่งหมกหมุ่นครุ่นคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมและสังคมบล็อก ฉันก็เริ่มเบื่อที่จะคิดถึงมัน

สิ่งที่อยากทำตอนนี้คืออยากอ่านและอยากเขียน

ก็เลยเข้ามาอ่านบล็อกคุณวันนี้แหละ

ฉันในฐานะคนที่ไม่ได้ไปดูหนังเรื่องนี้ด้วยจะพูดอะไรได้มากกว่าสิ่งที่เคยเจอมาเกี่ยวกับเกย์ ...เอาเรื่องอะไรดี...

ฉันเคยมีประสบการณ์ที่เลวร้ายจากคนที่เป็นเกย์ ก็เลยทำให้ฉันมีอคติอยู่เล็กน้อยกับคนที่เป็นเกย์ โดยที่ตัวเองบังคับตัวเองไม่ได้ (ซึ่งขออนุญาตไม่เล่าได้ไหม เพราะมันเลวร้ายอยู่ทีเดียว)

ฉันเชื่อว่าอาการกลัวเกย์ เกิดจากประสบการณ์ที่เคยเจอมากับตัวเอง

แต่เวลาผ่านไปก็พบว่า หากเราเจอคนที่ดีและปฎิบัติต่อเราอย่างให้เกียรติจริงๆ โดยก็ไม่ได้หวังผลอะไรจากเรา ฉันก็สามารถปล่อยใจไปชอบพอเกย์อยู่หลายคนแล้วตอนนี้

*********
บังเอิญได้อ่านคอมเมนต์ของคุณในบล็อกของคุณ dhammanarchist

อยากรู้ว่า แล้วคุณล่ะ? เป็นคนชอบเขียน หรือชอบอ่าน มากกว่ากัน?

theheartisslowtolearn said...

จากประสบการณ์ที่คุณเล่า ผมกลับมองไปในทางตรงกันข้าม (กับที่คุณเรียก Homophobia ว่าความกลัวที่ไม่มีเหตุผล) ผมว่าสำหรับคุณและคิดว่ากับอีกหลายคน Homophobia ดูจะเป็นความกลัวที่เต็มไปด้วยเหตุผล ตลอดชีวิตเราถูกแวดล้อมและฝังหัวด้วยเรื่องราวและความคิดที่เต็มไปด้วยอคติกับคนที่เป็นเกย์ เป็นธรรมดาที่เราจะมีความรู้สึกกลัวและเกลียดคนเหล่านี้

ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นคือคุณเองรู้และมีชุดของเหตุผลอธิบายความรู้สึกที่คุณมีว่าคืออะไร แถมยังอ่านทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีก แต่ยังข่มใจให้ไม่รู้สึกกลัวได้ แสดงว่า Homophobia ดูจะทรงพลังมาก

สิ่งที่คุณ cattown ให้ความเห็น ผมคิดว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน ประสบการณ์ที่เลวร้ายมากๆ กับเกย์คนเดียวสามารถทำให้คุณรู้สึกไม่ดีกับคนที่เป็นเกย์ทุกคน

แต่อยากถามว่าคุณต้องรู้สึกไม่ดีกับสเตรทสักกี่คนคุณถึงจะรู้สึกไม่ดีกับเสตรทเท่ากับคุณรู้สึกไม่ดีกับคนเป็นเกย์