Monday, August 07, 2006

น้องบอส

...

ลุ้นน่าดูเลยครับวันนี้ กลัวว่าจะมาอัพบล้อกประจำวันไม่ทัน จริงๆ แล้ว ผมตั้งใจจะเอาผลงานศิลปะที่เพิ่งทำเสร็จมาอวด อย่างที่เกริ่นๆ ไว้นิดนึงในบล้อกเรื่อง ชาวนากับไก่ น่ะครับ ยังพอจำกันได้ไหม แต่พยายามจะโพสต์รูปผลงานใส่บล้อกนี้ ตั้งแต่บ่ายสามโมงวันนี้ ยันสองทุ่ม ก็โพสต์ไม่เข้าเสียที อินเตอร์เน็ตที่ออฟฟิศมันช้ามากน่ะครับ เลยตัดใจ รีบกลับบ้านมาเขียนบล้อกเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยโพสต์รูปที่ว่านั่นให้ดูก็แล้วกัน กลับมาถึงบ้านสามทุ่ม พอดีเปิดดูรายการ วีไอพี ทางช่อง 9 เลยมีเรื่องให้เขียนพอดีเลย

วีไอพีวันนี้เขาเอาเด็กอัจฉริยะ มาออกรายการครับ พร้อมกับแม่และคุณครู สิ่งที่กำลังจะเขียนต่อไปนี้ ไม่ใช่ว่าจะเพื่อมานั่งเม้าธ์เด็ก เพราะอิจฉาในความฉลาดของเด็กนะครับ เพราะผมก็ว่าน้องเขาเก่งจริง เขาสามารถบวกและคูณเลขหลายๆ หลัก หลายๆ จำนวนพร้อมกัน ได้ผลลัพธ์ออกมาเร็วกว่าที่พิธีกรกดเครื่องคิดเลขยึกยักเสียอีก แถมยังถอด square root เลขหลักร้อยได้ด้วยครับ ผมดูแล้วยอมรับเลย สำหรับเด็กไม่กี่ขวบเรียนชั้นประถม คิดเลขเร็วขนาดนี้ต้องเก่งจริงๆ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า เด็กที่คิดเลขได้แบบนี้จะถือว่าเป็นอัจฉริยะหรือเปล่า ผมยังไม่ค่อยแน่ใจ

เพราะเท่าที่สังเกตตัวเลขในโจทย์ที่ทางรายการตั้งขึ้น มันเหมือนมีรูปแบบอะไรบางอย่าง เช่น 99995 x 99990 อะไรแบบนี้หน่ะครับ คือมันเต็มไปด้วยเลข 9 ในโจทย์ทุกข้อ ซึ่งสำหรับเราๆ อาจจะดูว่าเป็นเลขที่บวกลบคูณหารยากมาก แต่เด็กอัจฉริยะของรายการ ก็เอาปากกาเคมีจิ้มๆ ทดๆ บนกระดานไวท์บอร์ดแป๊บเดียว ก็ได้ผลลัพธ์ออกมาถูกต้องเป๊ะๆ เขาไม่ได้ใช้วิธีการตั้งคูณเลขทีละหลัก แล้วเอาทุกหลักมาบวกกันเป็นผลลัพธ์ แบบที่เราเรียนกันมาตั้งแต่เด็กนะครับ ซึ่งผมไม่รู้เหมือนกันว่าเขาใช้วิธีอะไร แต่มั่นใจว่าเขาต้องรู้วิธีลัด หรือเทคนิคเฉพาะบางอย่าง

ผมเคยไปคุ้ยๆ หนังสือในกองกระบะในงานสัปดาห์หนังสือ แล้วเจอหนังสือเก่าๆ ประเภทคณิตคิดลัด เล่มละ 10 บาท กองขายกันเยอะแยะครับ และในนั้นก็สอนวิธีการคิดเลขลัดแบบนี้เพียบ เสียดายที่ไม่ได้ซื้อมา เพราะตอนนั้นรู้สึกว่าไม่รู้ว่าจะเอามาฝึกไปทำไม เลยเดาเอาว่าคุณครูนี่ต้องเอาเทคนิคคิดเลขลัดแบบที่คล้ายๆ กันนั้น มาสอนเด็กแน่ๆ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าเด็กคนไหนนำไปฝึกฝนจนชำนาญมากพอ และมีสมาธิแน่วแน่ในการทำ ก็จะคิดได้เร็ว ซึ่งนี่มันเป็นการเล่นกลตัวเลขมากกว่า ในการเล่นกล ผู้เล่นก็ต้องมีทักษะเหมือนกับนักมายากล อย่างคุณไฉน แสงทองสุข นั่นแหละ เขามาแสดงทักษะและความชำนาญ ในการใช้เทคนิควิธีการเฉพาะของกลเขา เช่นกลเสกไพ่ในมือ เขาก็ต้องฝึกฝนมือให้ไวและชำนาญ ในเทคนิคกลนี้ จะเรียกว่าเป็นอัจฉริยะได้หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ แต่สำหรับผม ผมว่านั่นคือเขามีทักษะสูงต่างหาก เหมือนกับกรณีกลเลขครับ

ครูที่โรงเรียนคงสอนเทคนิคให้เด็กฝึกฝนจนชำนาญ แล้วเอามาบอกผู้ปกครองที่บ้าน ว่าลูกหลานของคุณเป็นอัจฉริยะ แล้วต่อมาก็ถูกนำมาโหมประโคมทางรายการโทรทัศน์ ผมไม่เห็นพิธีกรรายการวีไอพีทั้งสองคน สนใจถามเลยว่าเด็กใช้วิธีคิดอย่างไร เห็นเขาเอาแต่โหมประโคมเด็กอย่างกับเป็นยอดมนุษย์จริงๆ อย่างกับเป็นไอน์สไตน์ ดูแล้วน่าสงสารเด็กครับ เขาถูกบอกเข้าไปฝังในหัวแล้ว ว่าหนูเป็นอัจฉริยะนะ โตขึ้นไปเขาจะเป็นยังไงนะ ผมสงสัยจริงๆ แล้วก็สงสารผู้ปกครองด้วยครับ พอรู้ว่ามีลูกเป็นอัจฉริยะแบบนี้ เขาจะเลี้ยงดูสั่งสอนลูกอย่างไร

คุณครูที่ไปออกรายการ บอกว่าเด็กอัจฉริยะเหล่านี้ จะต้องสอนด้วยวิธีการพิเศษ ซึ่งผมเดาว่ามันหมายความว่า พ่อแม่ก็คงต้องจ่ายเงินแพงเป็นพิเศษ สำหรับวิธีการสอนพิเศษนั่นด้วย คุณครูบอกว่า เด็กทุกคนมีความอัจฉริยะในตัว เราจึงควรนำเด็กทุกคนมาวัดอัจฉริยภาพในตัวเขาตั้งแต่ยังเล็กๆ เพื่อค้นให้พบว่าเขาเก่งทางด้านไหน และเราจะได้สอนให้เขาเก่งในด้านนั้นอย่างถึงที่สุด คุณครูคนนี้พูดมาแค่นี้ เราก็คงเดาอะไรๆ ได้ออกหมดแล้วครับ ผมว่าหลังจากรายการวันนี้จบไป โทรศัพท์ของทางสถานีช่อง 9 คงสายไหม้แน่ๆ บรรดาพ่อแม่นับพันนับหมื่นจะต้องโทรไปสอบถาม ว่าจะส่งลูกตัวเองไปสอบวัดอัจฉริยภาพได้ที่ไหน และโรงเรียนของคุณครูคนนี้อยู่ที่ไหน ผมว่าพรุ่งนี้เช้า โทรศัพท์ของโรงเรียนแห่งนี้ก็คงสายไหม้เช่นกัน เพราะใครๆ ก็อยากมีลูกเป็นอัจฉริยะทั้งนั้นหล่ะ แต่จะมีใครทันฉุกคิดไหม ว่านี่มันอัจฉริยะหรือการเล่นกลตัวเลขกันแน่

เดี๋ยวนี้โรงเรียนพิเศษที่สอนคิดเลขแบบนี้แพร่หลายมากนะครับ บางแห่งสอนให้เด็กใช้ลูกคิดแบบแปลกๆ ดีดลูกคิดแป๊ะๆ ไม่กี่วินาทีก็คิดเลขเสร็จแล้ว เดาได้ง่ายๆ ว่าค่าเรียนในโรงเรียนพิเศษพวกนี้คงแพงหูฉี่ แต่ผู้ปกครองก็คงยอมจ่าย เมื่อเห็นลูกหลานกลับบ้าน มาพร้อมกับกลตัวเลขแบบใหม่ทุกวัน โดยคิดว่านี่คืออัจฉริยะภาพ เดี๋ยวนี้คนเราคลั่งไคล้ความอัจฉริยะ ความฉลาดมากเลยนะครับ คุณสังเกตไหม รายการเกมโชว์หลายรายการก็แข่งวัดความฉลาด และก็มีเกมโชว์อีกหลายรายการ ที่โหมประโคมความฉลาดของเด็กขึ้นมาเป็นจุดขาย อย่างเกมทศกัณฑ์เด็ก

สินค้านมกระป๋องสำหรับเด็กก็โฆษณาว่าผสมสารอะไรสักอย่าง ที่ช่วยพัฒนาสมองของเด็ก เดี๋ยวนี้เขามีขายแม้กระทั่ง นมสำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งท้อง โดยอ้างสรรพคุณว่าผสมสารอะไรก็ไม่รู้อีกนั่นแหละ ที่ช่วยพัฒนาสมองของเด็กตั้งแต่อยู่ในท้องนั่นเลยทีเดียว และยิ่งไปกว่านั้น ไม่รู้ผมตาฝาดหรือฝันไปหรือเปล่า ผมเห็นโฆษณาผงซักฟอกยี่ห้อหนึ่ง บอกว่าใช้ซักผ้าแล้วลูกจะฉลาดขึ้น เพราะลูกเล่นนอกบ้านมาเสื้อผ้าเลอะเทอะ คุณแม่ก็คอยซักผ้าให้เสื้อลูกขาวได้ทุกวัน ไปกันใหญ่

ผมสงสัยว่าคนรุ่นเรากำลังเคี่ยวเข็นคนรุ่นลูกของเรามากเกินไปหรือเปล่า นักวิจัยด้านประชากรศาสตร์ เขาเรียกคนรุ่นเราๆ ที่มีอายุระหว่าง 20 ต้นๆ จนถึง 30 ปลายๆ ในตอนนี้ ว่าเป็น "ประชากรรุ่นเกิดล้าน" คือในช่วงตลอด 20-30 กว่าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอัตราการเกิดเพิ่มสูงขึ้นจนเกินปีละ 1 ล้านคน ผลที่ตามมาก็คือ คนรุ่นเรามีเพื่อนร่วมรุ่นเยอะมากครับ ไม่ใช่ว่าพอมีเพื่อนมากแล้วจะสนุกนะครับ แต่มันผลในทางลบก็คือ เราต้องแก่งแย่งแข่งขันกันอย่างดุเดือดที่สุด จึงจะเอาตัวรอดได้ แข่งกันแม้กระทั่งจะเข้าโรงเรียนอนุบาลหน่ะครับ ตั้งแต่สมัยผมเด็กๆ แล้ว นักประชากรศาสตร์บอกว่า คนรุ่นเราเลยแต่งงานกันช้าลง เพราะความเครียดในวัยเด็กที่เกินขนาด ทำให้เราอยากใช้ชีวิตในวัยหนุ่มสาวให้สนุกสุดเหวี่ยงและยาวนานขึ้น

นอกจากนี้ ในความคิดเห็นของผมเอง ผมว่าสำหรับคนที่แต่งงานไปแล้ว คงจะกลายเป็นคนรุ่นที่มีความคาดหวังต่อลูกของตัวเองสูงมากๆ จนต้องส่งไปเรียนบัลเล่ต์ เปียโน เทควันโด้ และไปเรียนในโรงเรียนคณิตคิดลัดเหล่านี้ ซึ่งอย่างไรก็ตาม มันคงดีกว่าปล่อยให้ลูกนั่งแช่อยู่หน้าจอทีวีหน่ะครับ โดยเราต่างคาดหวังให้ลูกเป็นอัจฉริยะ ที่มีความสามารถเหนือกว่าคนอื่น เพื่อที่เขาจะได้แข่งขันและเอาตัวรอดได้ เป็นการสานต่อชีวิตของคนรุ่นพ่อแม่ ที่เราเคร่งเครียดกับการแข่งขันมาตั้งแต่เด็ก และผิดหวังกับชีวิตที่ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่รวยเสียที ไม่ดังเสียที เลยคิดว่าลูกเราก็ต้องแข่งขันมากขึ้นด้วย เผื่อถ้าเขาเป็นอัจฉริยะ คงจะได้ดิบได้ดีกว่าเราเสียที

ไม่น่าแปลกใจครับ ที่พ่อแม่สมัยนี้จะตั้งชื่อลูกแปลกๆ บางคนตั้งชื่อลูกว่าฮ่องเต้ก็มี นักร้องบางคนตั้งชื่อลูกว่า "เจ้านาย" !! มีรุ่นพี่ที่ออฟฟิศคนหนึ่ง ตั้งชื่อลูกว่า "บอส" ครับ น้องบอส เด็กอัจฉริยะ ไม่รู้ว่านี่เป็นโชคร้ายหรือโชคดีสำหรับเด็กรุ่นนี้กันแน่ ไม่อยากจะเขียนบทความนี้เพื่อว่าเด็กๆ เหล่านี้เลย แต่อยากจะด่าความคิดของผู้ใหญ่ซึ่งเป็นคนรุ่นเราๆ นี้มากกว่า ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ เราคลั่งอัจฉริยะอะไรกันนักหนา

...

2 comments:

Cattown said...

เมื่อวานนี้ฉันยังนั่งคิดเรื่องความเป็นอัจฉริยะของคนอยู่เหมือนกัน ว่ามันเป็นไปได้ไหมที่คนบางคน 'เกิดมา' เพื่อทำหน้าที่ยิ่งใหญ่โดยเฉพาะ คานธี ขงจื๊อ ไอนสไตน์ ...

มีคนเป็นอัจฉริยะนั้นดี และควรสนับสนุน ไม่ใช่ปล่อยให้เขา 'ถูกกลืน' และทำให้โง่ลงโดยการปล่อยให้เขาเรียนไปตามกระแสการศึกษาที่ไม่ค่อยเวิร์ก

แต่ถ้าหลายคนคิดแต่ว่าในเมื่อมีคนอื่นฉลาด ฉันก็ต้องฉลาดด้วย ต้องฉลาดมากกว่ามัน นั่นฉันว่าไม่ใช่ละ

เพราะจริงๆ พวกเขาลืมข้อหนึ่งไปว่า ความฉลาดไม่ได้มีไว้ส่งเสริมตัวเอง แต่มีเพื่อ 'ให้แก่โลก' ต่างหาก

the aesthetics of loneliness said...

เจอแล้วครับ วิธีคิดลัดเลขแบบนี้ ไปอ่านเจอกระทู้ในพันธุ์ทิพย์พอดี เจ้าของกระทู้เป็นใครก็ไม่รู้

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4606059/A4606059.html

อย่าหาว่าอิจฉาเด็กเลยครับ ผมว่านี่คือการที่ผู้ใหญ่เรากำลังไปรุมรังแกเด็กคนนี้มากกว่า