Friday, August 04, 2006

เอ็กซ์กะราช

...

เย็นวันนี้จริงๆ แล้วต้องไปที่สยามพาราก้อน เพราะอัมรินทร์พรินติ้งฯ (ซึ่งซี้กันหลายๆ) จัดงานเปิดตัวหนังสือ เอ็กซ์กะราช ของเอกราช เก่งทุกทาง แต่มันรู้สึกขี้เกียจๆ ยังไงไม่รู้สิครับ เมื่อวานตอนบ่ายก็เพิ่งไปดูหนังสามมิติ ที่โรงไอแมกซ์ บนชั้น 5 พาราก้อนมาเหมือนกัน แล้วต่อด้วยหนัง United 93 ที่สกาล่า กลับถึงบ้านก็เกือบสี่ทุ่มแล้ว เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นอะไร เวลานั่งทำงานที่ออฟฟิศ แล้วมีนัดหมายต้องออกไปไหน มันรู้สึกเบื่อๆ อยากๆ ยังไงไม่รู้ ลังเลยึกยักอยู่นั่นแหละ ว่าจะไปดีหรือไม่ไปดี คือใจหนึ่งก็อยากออกไปงานข้างนอกนะ ไปเดินสยาม ไปดูโน่นดูนี่ ค่ำๆ ค่อยกลับบ้าน เพราะไม่อยากนั่งอุดอู้อยู่แต่ในออฟฟิศทั้งวันเท่าไรหรอก แอร์มันเหม็นอับเต็มที แสงไฟฟลูออเรสเซ้นส์ทำให้ตัวผมกลายเป็นสีขาวซีดๆ เหมือนจิ้งจกเข้าไปทุกที แต่พอมานึกอีกที เห็นภาพรถติดๆ ควันจากท่อไอเสียโชยเข้ามาในรถเมล์ที่เบียดๆ ภาพตัวเองเดินเคว้งคว้างล่องลอยอยู่ตรงฟุตบาธริมถนนพระรามหนึ่ง เพราะไม่รู้จะไปไหน ทำอะไรดี ระหว่างการรอรอบหนัง มันทำให้ความรู้สึกอยากนั้นหดหายไป แต่พอนั่งแช่ที่หน้าจอคอมพ์ในออฟฟิศจนปวดก้นกบ ก็อยากจะออกไปข้างนอกอีก ความรู้สึกมันสลับๆ กันไปมาตลอดเวลา เดี๋ยวนี้นะ จะออกไปสยามสักที คุณว่าเราต้องใช้เงินเท่าไร? อ่ะ! เอาจากประสบการณ์สดๆ ร้อนๆ เมื่อวานเลยก็ได้ครับ เริ่มต้นที่ค่าแท็กซี่อย่างต่ำก็ 70 บาทต่อเที่ยว หรือถ้าจะนั่งรถเมล์ รถแอร์ปรับอากาศก็ต้อง 16 บาท ถ้าต้องต่อรถก็บวกเพิ่มเข้าไปอีก หรือถ้าจะนั่งรถไฟฟ้า ก็ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปอนุสาวรีย์ หรือซอยอารีย์ อย่างต่ำก็ 40 บาท บวกกับค่ารถไฟฟ้าอีก 25 บาท นี่คือแค่ขาไปอย่างเดียวนะครับ อ่ะ! แล้วพอไปถึงสยามแล้ว ต้องทำอะไรอีกหล่ะ หนังรอบหนึ่งก็ไม่มีที่ไหนต่ำกว่า 100 บาทแล้ว ระหว่างรอรอบหนัง จะไปทำอะไรดี ถ้าจะไปนั่งสตาร์บัคส์เหรอ อย่างต่ำ 100 บาทอีกเช่นกัน ถ้าจะประหยัดกว่านั้น ไปนั่งมิสเตอร์โดนัท ตอนนี้โดนัทขึ้นราคาแล้วนะครับ บอกไว้เผื่อใครที่ไม่ได้ไปนาน ตอนนี้ขึ้นเป็นชิ้นละ 10 - 12 บาทแล้ว ถ้าเป็นพอนเดอริงก็ 17 บาท กาแฟเย็นแก้วละเกือบ 40 บาทแล้ว ถ้าหิวข้าว จะไปกินร้านไหนหล่ะ ศูนย์อาหารบนสยามเซนเตอร์ก็จานละครึ่งร้อย ร้านแผงลอยข้างทางแทบไม่มีนะครับ มีแต่ตรงข้างโรงหนังสกาล่า ราคาถูกหน่อย ก๋วยเตี๋ยวชามละ 30 แต่เขาไม่มีน้ำเปล่าให้ฟรีนะ ต้องซื้อน้ำขวดละ 8 บาทด้วย หรือถ้าใจแข็ง จะประหยัดแบบสุดๆ ไม่เข้าร้านพวกนี้ไปนั่งพักหาอะไรกินเลย ถ้าฝืนใจเดินเล่นไปเรื่อยๆ แล้วหิวน้ำ เข้าเซเว่นอีเลฟเว่นซื้อน้ำเปล่าขวดละ 7 บาท แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ เหมือนนกไร้ขา หยุดพักตรงไหนก็ไม่ได้ นอกจากแถวน้ำพุเซนเตอร์พ้อยต์ หรือลานหน้าพาราก้อน ซึ่งถ้าไปนั่งแล้วรู้สึกไม่เข้าพวกกับคนแถวนั้นยังไงไม่รู้ครับ ผมเดินผ่านแล้วรู้สึกแปลกแยกอย่างรุนแรง จนอยากจะเดินให้พ้นแถวนั้นไปไวๆ จะเข้าร้านหนังสือก็ต้องยืนดูหนังสือขาแข็งอีก จนถึงเวลาหนังเข้านั่นแหละ โอ้ยย! โล่งใจ เข้าโรงได้เสียที ดูไปจนหนังจบ จะกลับบ้านแล้ว อ่ะ! รถเมล์รอนานเป็นชาติก็ไม่มาเสียที ตรงป้ายรถเมล์หน้าโรงหนังสยาม ก็มีแต่รถแท็กซี่มาจอดรอคน ทำให้รถติดวินาศสันตะโร รถเมล์มาถึงก็เข้าป้ายไม่ได้ คนจะขึ้นต้องวิ่งไปขึ้นบนถนนเลนที่ 2-3 ค่ารถเมล์อีกสองต่อเพื่อกลับถึงบ้าน ค่ารถมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีก 15 บาท เพราะซอยเปลี่ยว เดินแล้วกลัวโดนฉุด (ฉุดไปกระทืบหน่ะครับ ไม่ใช่ฉุดไปข่มขืน) สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด อย่างต่ำๆ ก็ 400-500 บาท นี่คือการไปสยามแบบต๊อกต๋อยที่สุดแล้วนะ ยังไม่ได้ไปนั่งกินร้านอาหาร ไปนั่งกินไอติม ไปเดินช้อปปิ้งเสื้อผ้า ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แค่ดูหนังรอบเดียว และพยายามรักษาชีวิตให้รอดปลอดภัยในช่วงเวลาเย็นของวันๆ เดียว นี่ก็หมดไปแล้วสี่ห้าร้อย เกือบเท่ากับเงินเดือนทั้งเดือน หารด้วย 30 วันแล้วนะ พูดจริงๆ ค่าครองชีพของชนชั้นกลางในปัจจุบันสูงขึ้นมากนะครับ โดยเฉพาะในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ข้าวของอะไรๆ ก็ดูแพงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเราปรับตัวตามไม่ทัน พูดไปก็เหมือนคนแก่บ่นน่ะครับ นี่คงเป็นบล้อกที่ไร้สาระที่สุดเท่าที่เขียนมาในรอบหลายอาทิตย์ แค่อยากจะเขียนบอกไว้ เผื่อคนที่อัมรินทร์พริ้นติ้งฯ ได้มาอ่านเจอ เขาจะได้เข้าใจว่าทำไมนักเขียนจนๆ อย่างผม ไม่ได้ไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือเอ็กซ์กะราชในวันนี้

...

4 comments:

Anonymous said...

โอ้โห่...ใช้มุขนี้เลยหรอ มุขขอความเห็นใจ...
จากนักเขียนจนๆ กับคนชอบเดินสยามแบบคนชั้นกลาง รับรองว่าต้องมีคนเห็นใจแน่ๆเลย...อิอิ

bbr said...

ผมไปแถวนั้นเพราะมีโรงหนังดีราคาถูก มีร้านหนังสือที่ยืนอ่านแม็คกาซีนต่างประเทศได้นานๆ ผมไปจนเขารู้ว่าหมอนี่มาต้องยืนอ่านเป็นชั่วโมงแน่ ๆ แต่ผมก็รักษามารยาทด้วยการซื้อนานๆครั้ง เอาที่ราคาถูกหน่อย เหมือนเป็นการรักษาระบบสมาชิก

บางวันไปสยามก็เศร้า ๆ เห็นหนุ่มสาวจับ คู่รักจับมือกันกระหนุงกระหนิง นกไร้ขาอย่างพวกเราก็ได้แต่บินและบิน

อ่านที่คุณ woody เขียน ผมก็ลองสำเร็จตัวเองดู พบว่าผมมีสิ่งของน้อยชิ้นมากที่ซื้อที่สยาม ยกเว้นประสบการณ์จากการชมภาพยนตร์และอ่านหนังสือฟรีที่นั่นที่เยอะหน่อย

......

FILMSICK said...

เวลาไปสยาม (ถ้าเข้าบางกอก)
ผมกับเพื่อนจะไปกินอะไรต่อมิอะไรที่ซอกข้างสกาลา (แล้วต่อปากต่อคำกับเจ้าหนุ่มเด็กเสริ์ฟ ) ระหว่างรอรอบหนัง (ซึ่งมักจะดูสองถึงสามรอบ อัดในวันเดียว เนื่องจากมีเวลาจำกัด ฮา!!!) ผมชอบไปเดินwindow shoping ร้านป้าคนนั้น (Do re me)

หรือข้ามไปยืนฟังเพลงฟี ที่CD warehouse
เลยไปเดินเล่น ที่Bookchest

กาแฟ sevenรสไม่ดี แต่มีคาเฟอีน (ในกรณีที่กินเพื่อเอาคาเฟอีนโดยไม่ขึ้นกับการบยริโภคอื่นๆ )

ร้านหนังสือดีๆพอมีให้เดินเล่นบ้าง (แต่มักไม่ซื้ออะไร)

เย็นๆแล้วค่อยออกมาหาก๋วยเตี๋ยวข้างทางกินที่อื่น

นี่คือการไปสยามของผมครับ

Cattown said...

ชอบชิ้นนี้ของคุณตรงที่ 'ชื่อเรื่อง' ไม่ตรงกับใจความหลักของเนื้อหาเลย ชอบๆ

ตลกดีที่คุณพูดถึงโดนัทที่ขึ้นราคา ฉันเองก็ชอบไปนั่งกินกาแฟในร้านโดนัท เพราะราคามันถูกที่สุดแล้ว พร้อมกับที่นั่งที่นั่งได้นานๆ กับความสะดวกในการเดินไปไหนต่อไหนต่อ ฉันเห็นด้วยกับเรื่องค่าครองชีพที่แพงหูฉี่ การที่เราไปสยามแล้วบอกว่าได้ยืนอ่านหนังสือฟรี หรือยืนฟังเพลงฟรี มันเป็นการปลอบใจตัวเองชัดๆ

เพราะลองนึกดูดีๆ มีไม่กี่ครั้งหรอกที่เรากลับมาจากสยามแล้วรู้สึกว่าชีวิตนี้มันมีคุณค่าขึ้น

นอกเสียจากว่า ใครบางคนจะยกยอเชิดชูว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตนี้คือการได้ดูหนังและฟังเพลงใหม่ๆ

มันน่าเศร้านะ ...จริงๆ