Friday, September 01, 2006

Hidden

...

มีเพื่อนเอาดีวีดีเรื่อง Hidden มาให้ดู แล้วบอกว่าช่วยดูหน่อย แล้วช่วยอธิบายให้ด้วย ว่าหนังมันเกี่ยวกับอะไร ดูไม่รู้เรื่องเลย ผมก็ได้แต่แอบหัวเราะหึหึอยู่ในใจ เพราะว่าเคยดูแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน และก็ดูไม่รู้เรื่องเหมือนกัน มันคงจะเป็นหนังที่ไม่ได้ทำออกมาให้ดูรู้เรื่องอยู่แล้วครับ หนังของผู้กำกับคนนี้ ไม่รู้ว่าออกเสียงว่า ไมเคิล เฮเนเก้ ถูกหรือเปล่า ส่วนใหญ่เป็นหนังอาร์ตที่เล่าให้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงในสังคมร่วมสมัย ผมเคยดูหนังอีกเรื่องของเขาคือ Funny Games ก็ดูแล้วงงเหมือนกันกับเรื่องนี้แหละ คือดูแล้วเข้าใจครับ ว่ามันมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นภายในเรื่อง พระเอกนางเอกไปทำอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ประเด็นคือพอดูแล้วก็ต้องบ่นออกมาดังๆ ว่าแล้วไงวะ ดูไปเพื่ออะไร หนังมันจะบอกว่าอะไร

หนังเรื่อง Funny Games ดูแล้วทรมานครับ เหมือนกับผู้กำกับจับเราไปนั่งอยู่ในบ้าน ที่กำลังเกิดเหตุปล้น ข่มขืน และฆ่า เราก็นั่งดูอยู่อย่างนั้นแหละ ตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบเรื่อง ส่วนใน Hidden ก็เหมือนกัน เหมือนกับไปดูชีวิตของครอบครัวหนึ่ง ที่ถูกมือมืดส่งวิดีโอเทปลึกลับมาให้ เป็นวิดีโอเทปที่บันทึกภาพบุคคลในครอบครัว ในโอกาสต่างๆ โดยใครก็ไม่รู้เป็นคนบันทึกและส่งมา ทั้งเรื่องมันมีแค่นี้เอง แล้วคนในครอบครัวก็ตื่นตระหนกและหวาดระแวงกันเป็นการใหญ่ แล้วพอดูจนจบแล้ว ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าใครส่งมาวะ ใครเป็นมือมืด หนังดำเนินเรื่องเหมือนกับหนังแนวนักสืบ หรือหนังเขย่าขวัญ ที่จะต้องเฉลยในตอนจบ ว่าใครเป็นคนร้ายคนนั้น แล้วคนดูก็ออกจากโรงไปด้วยความปลอดโปร่งสบายใจ

---- ต่อไปนี้ spoil ครับ ไปเช่าหนังมาดูก่อนดีกว่าครับ ค่อยอ่านต่อ ----

ประเด็นคือ ถ้าเราดูหนังของผู้กำกับคนนี้ ตามขนบของหนังแต่ละแนวที่เราคิดว่ามันเป็น เราก็จะคาดหวังว่าหนังจะบอกอะไรภายในตัวหนัง แต่หนังเรื่องนี้มันไม่ได้เดินตามขนบ และหนังของผู้กำกับคนนี้ มักจะขยายออกมานอกตัวหนัง มันออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ที่คนดูกำลังนั่งดูหนังอยู่ครับ ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ขอยกตัวอย่างหนัง Funny Games ก็แล้วกัน คืออย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น ว่ามันเกี่ยวกับเหตุการณ์ปล้นฆ่าข่มขืนในบ้านหลังหนึ่ง หลังจากที่คนดูทนดูฉากทรมานทรกรรมที่คนร้ายกระทำต่อครอบครัวนี้ไปได้สักครึ่งเรื่อง มาถึงฉากที่เหยื่อคนหนึ่งเกิดฮึดสู้ขึ้นมา คว้าปืนมายิงคนร้ายตายไปคนหนึ่ง สถานการณ์ท่าทางว่าจะพลิกกลับไปทางดี จู่ๆ คนร้ายอีกคนมันควักรีโมทคอนโทรลขึ้นมาครับ แล้วมันกดปุ่ม Rewind ภาพในหนังย้อนกลับเอาดื้อๆ คนร้ายที่ถูกยิงฟื้นขึ้นมาใหม่ แล้วก็มาทรมานคนในบ้านนั้นต่อ คนดูก็นั่งถ่างตาดูแบบนั้นต่อไปจนจบ เหมือนกับคนร้ายในหนัง กับผู้กำกับหนังเรื่องนี้ เป็นคนๆ เดียวกันครับ คือพวกเขาต้องการจะจับคนขึงพรืดเอาไว้หน้าจอทีวี แล้วให้ดูเหตุการณ์ทรมานเหล่านั้นต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จบ

ผมคิดว่าผู้กำกับหนัง นำวิธีการเดียวนี้กลับมาใช้ใน Hidden คือโลกในหนังกับโลกแห่งความจริงมันเหลื่อมกันอยู่ วิดีโอเทปที่มือมืดในหนัง ส่งไปที่บ้านของพระเอกนั้น แท้จริงแล้วคือสิ่งเดียวกับแผ่นดีวีดี ที่ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ ส่งมาถึงบ้านของคนดูทุกคน สิ่งที่วิดีโอเทปทำกับพระเอกในหนัง คือการกระตุ้นให้เขารำลึกถึงอดีตในวัยเด็ก ที่เขาเคยทำสิ่งเลวร้ายไว้กับคนรับใช้ในบ้านคนหนึ่ง ซึ่งเป็นชาวอัลจีเรีย ช่วงเวลานั้นตรงกับเหตุการณ์ที่ชาวอัลจีเรียลุกฮือขึ้นกอบกู้เอกราชจากฝรั่งเศส แล้วถูกทหารฝรั่งเศสฆ่าหมู่ตายกันไปเป็นเบือ เช่นเดียวกับคนดูหนังเรื่องนี้ทุกคน ที่ถูกหนังเรื่องนี้เตือนให้รำลึกถึงความทรงจำ ที่ชาวฝรั่งเศสเคยทำอะไรเอาไว้กับชาวอัลจีเรีย เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1960

ดังนั้น คำถามที่จะถามถึงหนังเรื่องนี้ จึงไม่ใช่คำถามว่าหนังเรื่องนี้เฉลยว่าใครเป็นคนร้ายในตอนจบ ใครเป็นมือวิดีโอเทปลึกลึบคนนั้น แต่เป็นคำถามว่า เมื่อโลกของหนังและโลกแห่งความจริงซ้อนเหลื่อมกัน เมื่อคนในหนังจดจำได้แล้วว่าเขาเคยทำอะไรเลวร้ายเอาไว้ แล้วคนดูในโลกแห่งความจริง เริ่มจดจำได้ขึ้นมาบ้างแล้วหรือยัง ชาวอัลจีเรียและฝรั่งเศสมีความขัดแย้งกันมานาน จนถึงปัจจุบันก็ยังกินแหนงแคลงใจกันอยู่ ปัญหาความขัดแย้งนี้สะท้อนออกมาให้เห็นจากเหตุการณ์ในฟุตบอลโลกนัดสุดท้าย ที่ซีดานเอาหัวโขกใส่หน้าอกของมาเตรัซซี่นั่นแหละ เพราะโดนล้อและเหยียดเชื้อชาติ ผมว่าหนังเรื่องนี้คงกระตุ้นใจคนดูหนังชาวฝรั่งเศสได้อย่างดี ในประเด็นเกี่ยวกับการเหยียดผิวและความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างเชื้อาติ ในประเทศฝรั่งเศสปัจจุบัน ในขณะที่คนไทยอย่างไร ไม่รู้เรื่องประวัติศาสตร์ของประเทศเขา และไม่อินกับความทารุณโหดร้ายที่เกิดขึ้นในยุคนั้น ก็จะไม่ค่อยเก็ตหนังเรื่องนี้สักเท่าไร

มีคนตาดีพยายามสังเกตตอนท้ายเรื่องครับ ว่าตลอดทั้งเรื่อง หนังมันไม่ได้เฉลยเลยว่าใครทำ ดังนั้นมันต้องเฉลยตอนท้ายเรื่องแน่ๆ เขาเลยนั่งเพ่งฉาก end credit ว่าน่าจะมีคนร้ายที่เป็นมือมืด คนส่งม้วนวิดีโอเทปให้พระเอก โผล่มาในฉากนั้น มีหลายคนสังเกตเห็นตัวละครสำคัญในเรื่อง 2 คน เดินมาเจอกัน แล้วคุยกันแว้บๆ หลายคนสรุปว่า 2 คนนี้แหละ ที่เป็นมือวิดีโอเทปที่ว่า สำหรับผมเอง ผมว่าตัวละคร 2 ตัวนี้ อาจจะเป็นหรืออาจจะไม่เป็นมือมืดก็ได้ ผู้กำกับคงปล่อยทิ้งไว้ให้รบกวนจิตใจคนดูต่อไปชั่วกาลนาน เพราะยิ่งมันรบกวนจิตใจคุณไปได้ยาวนานแค่ไหน เท่ากับหนังเรื่องนี้ยิ่งประสบความสำเร็จ ในการดึงคนดูให้คิดตามมากขึ้นเท่านั้น สำหรับผมเอง มือวิดีโอเทปคือคนๆ เดียวกับผู้กำกับหนังเรื่องนี้แหละ วิดีโอเทปในหนังก็คือแผ่นดีวีดีที่เราซื้อมาดูๆ กันนั่นเอง

...

2 comments:

มนัสชื่น said...

โทรไปไม่เห็นรับเลย แล้วก็ไม่โทรกลับด้วย แย่มาก anyway หนูแค่จะถามว่าหนูจะหาเรื่อง leon ได้ที่ไหนอ่ะ ถ้าพี่มี พี่ไรท์ให้หน่อยนะ ไอ้เรื่อง hidden นี่ที่พี่บอกวันนั้นป่ะคะ เอ่อ แล้วก็ตอนนี้ดูแต่หนังยิวอ่ะ เพิ่งดูเรื่อง walk on water สนุกดี

แล้วก็วันนี้หนูไปดูเรื่อง u, me and everyone else มา รู้สึกเหมือนดู vdo installation ไงไม่รู้ ก็เรื่อยๆ มันก็น่ารักดี ทำให้รู้สึกว่าหนังอินดี้บางเรื่องก็ดูเพื่อ enjoy the moment จะดีกว่าการไปนั่งขบคิดมันอ่ะนะ ตอนแรกกะจะไปดู the beat that my heart skipped แต่ว่าขี้เกียจซะก่อน

บล็อคพี่เห็นมี spoiler เลยยังไม่อ่านนะ ไปก่อน คอมเมนท์นี่ชักจะเหมือนไดอารี่เราซะล่ะ

grappa said...

เคยเขียนถึงไปแล้วไม่ใช่เหรอ
เรื่องนี้ ทำไมเขียนซ้ำอีกหว่า

ตอนนี้มีซีรีส์ ที่อยากให้ จขบ.เขียนถึง
Densha Otoko หรือ Chat รักหนุ่มรถไฟ
ไอทีวี เอามาฉาย เริ่มวันนี้
ตัดเสียสะบั้น พากษ์ก็ไม่สนุก
สู้ดูดีวีดี ไม่ได้

อ่านคอมเม้นท์มนัสชื่น
แล้วทำไมข่มขู่ เจ้าของบล็อกจัง
ชื่อหนังก็เขียนผิดอ่ะหนู