Friday, July 21, 2006

Pretentious Meal

...


เมื่อวานตอนเย็น ไปออกงานสังคมไฮโซ เปิดตัว (เปิดแล้วเปิดอีก) นิตยสารแนวตกแต่งบ้านเก๋ๆ ฮิปๆ งานจัดอยู่ตรงศูนย์การค้าเก๋ๆ ฮิปๆ แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่กลางซอยทองหล่อ ผมรู้สึกสนุกดีเวลาไปงานจำพวกนี้ ความสนุกหรือความน่าสนใจ ไม่ได้อยู่ที่ตัวงานหรอกนะ แต่เวลาไปงานพวกนี้ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับเป็นมนุษย์ล่องหน เดินปะปนเข้าไปหมู่ผู้คน และสังเกตการณ์พฤติกรรมต่างๆ ของคนกลุ่มนี้ ด้วยอาการหิวซ่กเพราะงานนี้จัดตอนหกโมงเย็น และก็เพิ่งไปงานอีกงานหนึ่งมาก่อน และรถติดอยู่บนถนนสาทรนานเกือบชั่วโมง พอเข้าไปถึงงาน เซ็นชื่อลงทะเบียนบนโต๊ะที่จัดตกแต่งแบบเก๋ๆ ฮิปๆ ก็เข้าไปเดินตระเวนหาอะไรกินในงาน ปรากฏว่าเจอแต่ถ้วยขนมเล็กๆ ใส่ครีม เมล็ดซีเรียล และผลไม้ชิ้นเล็กๆ วางเรียงอยู่กระจึ๋งหนึ่ง หันไปอีกทาง ก็เจอถ้วยใส่ชาเย็นใส่น้ำแข็ง วางเรียงอยู่อีกกระจึ๋งหนึ่ง ทำให้ผมนึกถึงหัวข้อบล้อกในวันนี้ขึ้นมาได้เลย เพราะสิ่งหนึ่งที่จะปรากฏอยู่ในงานจำพวกนี้ทุกงาน นอกจากอะไรๆ ที่เก๋ๆ ฮิปๆ แล้ว คืออาหารแบบที่ว่านั่นแหละ แบบที่มีอะไรที่กินเข้าไปได้แค่กระจึ๋งๆ จัดวางให้สวยๆ กินเท่าไรก็ไม่เคยอิ่ม และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อร่อยหรอกนะ ที่ผมมาเม้าเรื่องนี้ให้ฟัง ไม่ใช่เพราะว่าเห็นแก่กิน และชอบไปหากินฟรีตามงานไฮโซนะ แต่ที่เล่า เพราะอาหารแบบนี้มันน่าสนใจ ตรงที่มันสะท้อนให้เห็นสภาพของผู้คนที่อยู่ในแวดวงเดียวกับนิตยสารเก๋ๆ ฮิปๆ เล่มนั้น และผู้คนที่ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่แถวศูนย์การค้าที่เก๋ๆ ฮิปๆ แห่งนั้น อาหารที่ถ้วยใส่มีขนาดใหญ่กว่าอาหารภายในถ้วย อาหารที่ถ้วยใส่มีน้ำหนักมากกว่าอาหารภายในถ้วย อาหารที่จัดวางไว้สวยงามและเหมาะสมที่จะเก็บเอาไว้ดูแบบนั้น มากกว่าที่จะหยิบมาและตักกินเข้าไป หลายเดือนก่อนผมเคยไปงานจำพวกนี้แหละ ในศูนย์การค้าเก๋ๆ ฮิปๆ อีกแห่งหนึ่ง อยู่ในซอยทองหล่อเหมือนกัน แต่อยู่เลยเข้าไปทางถนนเพชรบุรีอีกหน่อย อาหารมันก็เป็นแบบนี้แหละ เป็นเป็ดย่างชิ้นหนึ่ง ขิงดองซอยชิ้นหนึ่ง หน่อไม้ฝรั่งแท่งหนึ่ง ทั้งหมดนี้วางใส่ในถ้วยขนาดใหญ่ ที่ทั้งหนาและหนัก ในงานนั้นก็ไม่มีใครสนใจจะไปหยิบอะไรมากิน ขอแค่มีแก้วน้ำหวานอยู่ในมือ พันไว้ด้วยกระดาษทิชชู่กันเปื้อน แล้วก็เดินเตร็ดเตร่กันไปมาแบบเก๋ๆ ฮิปๆ ไปตามประสา บนเวทีก็มีวิทยากรพูดเรื่องเทรนด์ที่กำลังเก๋ๆ ฮิปๆ แต่ไม่ค่อยมีคนสนใจฟังกันเท่าไรหรอก ส่วนใหญ่ก็เดินไปมาและก็หยุดคุยกัน สักพักก็มีวงดนตรีขึ้นมาแสดง แนวเพลงแบบเก๋ๆ ฮิปๆ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจฟังอีกนั่นแหละ งานทั้งงานมีแต่คนเก๋ๆ ฮิปๆ พูดคุยกันเรื่องเทรนด์ที่กำลังเก๋ๆ ฮิปๆ โอบล้อมไว้ด้วยบรรยากาศและสถานที่เก๋ๆ ฮิปๆ และทุกคนถูกเสิร์ฟด้วยอาหารที่ถ้วยใส่ยิ่งใหญ่กว่าอาหารที่อยู่ภายในถ้วย น่าสนใจไหม? คนที่เก๋และฮิปน้อยที่สุดจำนวนหนึ่งในงาน ก็จะยืนหลบๆ อยู่ในซอกหลืบของงาน ซึ่งในจำนวนนั้นก็คงมีผมร่วมอยู่ด้วย เฝ้ามองความเก๋ๆ ฮิปๆ ที่จัดแสดงอยู่ตรงหน้า จนกระทั่งเวลาจบงาน ก็ต่างแยกย้ายกันไป ผมว่ามันน่าสนใจดี

***

4 comments:

Anonymous said...

จาก สวยนอกซอย

ตั้งใจว่าจะไปงานนี้เหมือนกัน แต่พอนึกว่าต้องเสียเวลาเดินทางและก็ยังต้องไปยืนเก้ ๆ กัง ๆเลยไม่ไป

sunloo said...

เขาจัดไว้ให้เพื่อนกันเองสาหนุกไม่รู้เหรอค้า
เสร็จงานแร้วค่อยไปต่อบะหมีไข่ ผัดไทยบ้าน ๆ
อาหารเก๋ ๆ
เขาเอาไว้เรียกน้ำจ้อยยยยย

narukung said...

หรือว่าความหิวก็เป็นสิ่งที่เก๋ ๆ ฮิป ๆ อย่างหนึ่งครับ

Anonymous said...

ฮ่าๆๆๆ โดนครับโดน
ไอ้เรื่อง เก๋ๆ ฮิปๆ นี่ผมก็เคยคิดนะ
เพราะผมเองไม่เก๋และไม่ฮิปสักนิด
เลยรู้สึกไม่ belong กับ scene นั้นๆ น่ะ
ไปมาแล้วหลายงาน ล่องหนเหมือนกันครับ