Wednesday, July 26, 2006

ลำดับความคิดของหน้าปกหนังสือ (1)


..

ช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว ผมกำลังหมกมุ่นอยู่กับการออกแบบหน้าปกหนังสือพอคเก็ตบุคของตัวเอง ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่งานของผมหรอกนะ ผมส่งต้นฉบับไปให้สำนักพิมพ์ เขาก็มีฝ่ายศิลปกรรมมาทำหน้าที่นี้ให้อยู่แล้ว แต่หนังสือหลายเล่มที่ผ่านมา มันออกมาแบบไม่ได้ดั่งใจเลย เนื่องจากว่างมากและหมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้มามาก ก็เลยนั่งทำปกหนังสือตัวเองไปเรื่อยๆ ด้วยการใช้ภาพถ่ายจากกล้องดิจิตอลของตนเอง ตระเวนไปถ่ายสถานที่และสถานการณ์ต่างๆ แล้วนำมาปรับแต่งอย่างง่ายๆ ด้วยโปรแกรม ACDSee ธรรมดาเลย ไม่ได้ใช้โฟโต้ช็อปหรือเพจเมกเกอร์แต่อย่างใด และต่อไปนี้คือหน้าปกที่ได้เคยทำไว้ในตอนนั้น และไม่ได้นำมาใช้งานเลย



1. เอาภาพถ่ายบนทางเดิน Skywalk ที่เชื่อมสถานีรถไฟฟ้าสยามและชิดลม มาใส่เทคนิคฟิลเตอร์อะไรก็ไม่รู้ มีให้ใช้ใน ACDSee มันออกมาเหมือนภาพลายเส้นที่เขียนโดยดินสอดำ ดูแปลกตาดี แต่ท่าทางจะไม่ดึงดูดสายตาเท่าไรนัก




2. ภาพถ่ายในอิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี ตอนไปดูคอนเสิร์ต Rock Trilogy ของวงหินเหล็กไฟ ได้บัตรมาฟรีและไปดูกับน้องช่างภาพที่ออฟฟิศ ในขณะที่คนอื่นสนใจถ่ายแต่นักร้อง ผมยกกล้องเงยขึ้นไปถ่ายคนบนอัฒจันทน์ ที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้แสงแดดสาดเข้ามาพอดี




3. ภาพปุ่มลิฟต์ของตึก Twin Tower ประเทศมาเลเซีย ที่ไปมาเมื่อช่วงปลายปี 2547 นำมาเพิ่มคอนทราสต์เข้าไป ทำให้ภาพดูเข้มข้น มีลักษณะลึกลับ แปลกตา





4. ภาพบันไดเลื่อนที่สถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ ยกกล้องขึ้นถ่ายตอนกำลังยืนบนบันไดเลื่อนที่เคลื่อนที่ ทำให้ภาพไหวๆ ได้อารมณ์ไปอีกแบบ จริงๆ ผมชอบหน้าปกนี้มากที่สุด มีคนบอกว่ามันเหมือนหนังสือพอคเก็ตบุคแนวท่องเที่ยวของสำนักพิมพ์วงกลม ไม่รู้เหมือนจริงเปล่า

***


2 comments:

bbr said...

ปีที่แล้ว ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งใน office เขานั่งทำปกหนังสืออยู่ทุกวัน หลังเลิกงาน เปิดเพลงเดิม ๆ OST ของ หว่อง คาร์ ไว
จิบชาแก้วเดิม เวลาเขาคิดไม่ออกก็เดินไป เดินมา แล้วกลับมานั่งคลิกเมาท์อยู่ที่เดิม

เวลาผ่านไป,ผมไม่รู้ว่าในคอมพ์เครื่องเขามีไฟล์หน้้าปกมากเท่าไหร่ ผมเห็นแต่หลัง ไม่เคยเห็นหน้าจริง ๆ ของปกที่เขาออกแบบ


จนในที่สุดหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค เขาก็ออก เป็นภาพที่เขาถ่ายด้วยตัวเองวันที่ คุณ woody ถูกเชิญไปสังเกตการณ์สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นรูปคนเดินที่มองจากมุมสูง

สาบานได้ว่า ทันทีชายในเสื้อเชิ๊ตมาดหนุ่มแบงค์คนนี้ กลับมาถึงออฟฟิตกับไฟล์ภาพนั้น เขาเหมืิอนกลับเป็นเด็กดีใจราวกับได้ของเล่นใหม่

เอ๊ะ ! ผมเสียมารยาทเล่าเรื่องคุณ woody มากเกินไปรึเปล่า
แต่ผมก็หวังว่าหนังสือเล่มต่อไปของคุณ woody จะได้่พิมพ์ซ้ำหลาย ๆ ครั้งนะครับ เพื่อจะได้เปลี่ยนปกหลายๆ แบบแบบที่เขาออกแบบเอาไว้

Cattown said...

ถึงคุณดูหนังคนเดียว

ดีใจที่คุณๆ สนใจใส่ใจให้เวลากับการสร้างสรรค์งานศิลปะ ถึงแม้ว่าท้ายสุดแล้วสิ่งที่เราทำตั้งมากมายจะไม่ได้ปรากฎต่อสายตาคนอื่นๆ ก็ตามที
เหมือนที่ท่านพุทธทาสกล่าวว่า 'ยกผลงานให้ความว่าง' ใช่ไหมล่ะ