Monday, July 17, 2006

Dr.John Money

...

คุณรู้จักดร.จอห์น มันนี่ ไหมครับ ผมก็เพิ่งรู้จักเขาเนี่ยะ จากการดูรายการสารคดีทางทีวีช่อง 9 รายการ Think Tank ตอนบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา ดร.มันนี่เป็นจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องเพศ (Sex) และความเป็นเพศทางสังคม (Gender) ก่อนอื่นต้องเกริ่นอย่างคร่าวๆ กันก่อน ว่าเจ้าสองคำนี้มันแตกต่างกันนะ Sex คือแนวความคิดที่อธิบายผู้ชายและผู้หญิง ว่าแตกต่างกันตามธรรมชาติ ส่วน Gender คือแนวความคิดที่อธิบายผู้ชายและผู้หญิง ว่าแตกต่างกันด้วยการประกอบสร้างความจริงทางสังคม แนวความคิดสองอย่างนี้แตกต่างขัดแย้งกัน และถูกนำมาถกเถียงกันเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่สิบปีมานี้ ที่พวกเฟมินิสต์เริ่มมีพลังและมีบทบาทขับเคลื่อนสังคมปัจจุบันอย่างมาก พวกเฟมินิสต์แนวใหม่จะยึดเอาแนวความคิดเรื่อง Gender มาเป็นหลักในการเคลื่อนไหว เพื่อจะได้บอกว่า ตามธรรมชาติแล้ว ผู้ชายและผู้หญิงไม่แตกต่างกัน แต่ที่ผู้หญิงถูกผู้ชายกดขี่ในเรื่องต่างๆ นั้น มันเป็นเรื่องประกอบสร้างทางสังคม ดังนั้นเราจึงต้องเปลี่ยนแปลงความเชื่อ ความคิด และการอบรมสั่งสอนผู้คนในสังคมกันใหม่ เพื่อความเท่าเทียมกันระหว่างผู้ชายผู้หญิง บลา ... บลาๆ ... ก็ว่ากันไป ส่วนพวกที่เชื่อในแนวความคิดแบบ Sex ก็เช่นพวกจอห์น เกรย์ ที่แต่งหนังสือผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ นั่นแหละ ที่คอยตอกย้ำว่าผู้ชายผู้หญิงมีธรรมชาติภายในร่างกายที่แตกต่างกัน พวกเราจึงมีการประพฤติปฏิบัติต่อกันและกันอย่างในทุกวันนี้ไง บลาๆ ... บลา ... ก็ว่ากันไปอีกนั่นแหละ แต่สำหรับผมน่ะเหรอ ผมเชื่อแบบไหนน่ะเหรอ? ผมว่าผมสนใจแนวความคิดเรื่อง Gender น่าสนใจตรงที่ตั้งคำถามแบบอภิปรัชญา ต่อความมีอยู่ของความจริง โดยเรื่องเพศเป็นเรื่องที่ฝังลึกในจิตใจของเราที่สุด และเกี่ยวพันกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเรา ทุกเรื่องที่เราคิดและกระทำ (เรื่องเพศในที่นี้หมายถึงการแบ่งแยกชายหญิงนะครับ ไม่ใช่เรื่องความรู้สึกทางเพศหรือเพศรส) ผมคิดว่าแนวความคิดเรื่อง Gender นี้น่าสนใจกว่า Sex และในใจก็คิดอยากให้พวกที่เชื่อ Gender เป็นฝ่ายถูก ลองคิดดูสิ ว่าถ้าเราสลายเรื่องความแตกต่างของเพศทิ้งไปได้ ว่าเพศไม่มีอยู่จริง เพศไม่ใช่เรื่องธรรมชาติ แต่เป็นแค่เรื่องประกอบสร้างทางสังคม เรื่องอื่นๆ ในชีวิตประจำวันในทุกวันนี้ของเรา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องผิวๆ สิวๆ กว่าเรื่องนี้ ก็ถูกสลายลงได้ง่ายๆ เช่นกัน จนกระทั่งได้มาดูสารคดีเรื่องดร.มันนี่ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี่แหละ (กลับเข้าเรื่องเสียที) เขาเป็นจิตแพทย์ที่เชื่อแนวความคิด Gender อย่างสุดโต่ง เขาทดสอบความเชื่อของเขาว่าเป็นความจริง กับเด็กทารกเพศชายชื่อว่า เดวิด ไรเมอร์ ผู้ซึ่งเสียอวัยะเพศชายทั้งหมด ไปจากความผิดพลาดในการผ่าตัดเพื่อขลิบหนังหุ้มปลาย พ่อแม่ของไรเมอร์นำลูกชายไปปรึกษากับดร.มันนี่ แล้วดร.มันนี่ก็แนะนำให้เลี้ยงเด็กชายไรเมอร์ขึ้นมาแบบเด็กผู้หญิง ปกปิดความจริงทั้งหมดเอาไว้ เวลาผ่านไปสิบกว่าปี พ่อแม่ก็เริ่มเรียนรู้ว่า เด็กหญิงเดวิด ไรเมอร์ก็ยังคงแสดงกริยาอาการเหมือนเด็กผู้ชาย และมีปัญหาในการเข้าสังคมอย่างมาก จนกระทั่งเด็กหญิงโตเป็นหนุ่ม เอ๊ย! เป็นสาว ถึงขั้นที่สามารถตัดสินใจอนาคตตัวเองได้ พ่อแม่จึงเปิดเผยความลับทั้งหมดให้เขา เอ๊ย! เธอได้รับรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้เขาตัดสินใจเองว่าจะเป็นผู้หญิงต่อไป หรือจะกลับเป็นผู้ชายตามธรรมชาติตั้งแต่แรกเกิด เดวิดยืนยันว่าเขาจะเป็นผู้ชาย และจะไปทำการผ่าตัดปลูกอวัยวะเพศชายเทียม ดร.มันนี่ในตอนนั้น ยังคงยืนยันกับเดวิด ว่าเขาควรจะยังคงเป็นผู้หญิงเหมือนเดิม และไปผ่าตัดอวัยวะเพศหญิงให้เสร็จสมบูรณ์ไปเลย ในที่สุด เดวิดก็ไปผ่าตัดปลูกอวัยวะเพศชาย ต่อมาเขาแต่งงาน และมีชีวิตคู่กับผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง เมื่อตอนที่เรื่องนี้ถูกเปิดเผย ดร.มันนี่ถูกสื่อมวลชนและวงการแพทย์วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงความไร้มนุษยธรรมของเขา ที่นำมนุษย์จริงๆ มาทดลองความเชื่อที่สุดโต่งของตน นายเดวิด ไรเมอร์ ใช้ชีวิตเป็นผู้ชายที่มีครอบครัวต่อไปได้ไม่นาน เขาหย่ากับเมีย มีปัญหาชีวิต ขาดทุนจากธุรกิจ และในที่สุดก็ฆ่าตัวตาย สื่อมวลชนและวงการแพทย์เลยยิ่งด่าดร.มันนี่หนักขึ้นไปอีก จนกระทั่งวันตายของเขา ดร.มันนี่เพิ่งตายไปเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง รวมอายุได้ 85 ปี ทิ้งไว้เพียงตำนานการทดลองเพื่อพิสูจน์แนวความคิดเรื่อง Gender ที่น่าสยดสยองที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ถึงแม้ว่าผมเองจะอยากเชื่อเรื่อง Gender เพราะมันเจ๋ง มันใหม่ มันต้านกระแส มันใช้เขียนบทความได้สนุกและท้าทาย แต่สารคดีทางทีวีเรื่องนี้ ทำให้ผมคิดว่าเราควรจะต้องเหลือที่ให้กับความเชื่ออื่นๆ ที่อาจจะไม่เจ๋งเท่า ไม่ใหม่เท่า ไม่ต้านกระแส และดูจืดชืดไร้ความท้าทายสิ้นดี อย่างเรื่อง Sex นี่แหละ ในที่สุดแล้ว ในเนื้อหนังของเรา ในเซลล์ ในยีน ในโครโมโซม ในดีเอ็นเอของเรา อาจจะมีความจริงสูงสุดสิงสถิตย์อยู่ ความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลง ความจริงที่ข้ามผ่านเวลาและสถานที่ ความจริงที่ไร้เงื่อนไข ความจริงที่ไม่ขึ้นกับปัจจัยภายนอก และไม่มีทางที่การประกอบสร้างทางสังคมจะทำอะไรมันได้ เราเป็นหญิงเพราะความจริงเราเป็นหญิง เราเป็นชายเพราะความจริงเราเป็นชาย และบางทีนะ เราเป็นเกย์เพราะความจริงเราเป็นเกย์ เราเป็นทอมเพราะความจริงเราเป็นทอม บลาๆ ... บลาๆ ก็ว่ากันไป เพราะชีวิตและความตายของเดวิด ไรเมอร์ บอกเราอย่างนี้ และบอกดร.มันนี่อย่างนี้

***

5 comments:

jetboat said...

เรื่องนี้ผมได้ดูพอดี
นึกถึงประเด็น ยีนเกย์ xq28
ที่เวบ xq28.net พูดเหมือนกัน

Anonymous said...

โห่! การทดลองสุดโหด..
การทดลองแบบนี้ก็มีด้วย ไม่อยากจะเชื่อเลยจริ้งๆๆ อ่านแล้วสลด ทำกันเหมือนไม่ใช่มนุษย์เลยยย...
อ่านแล้วต้องรีบไปดู “ชะนี กับ อีแอบ” อีกรอบสะแล้ว

ขำๆๆๆ ม้ากกกก

Anonymous said...

เรื่อง gender เป็นเรื่องที่เราสนใจมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว จริงๆ แล้วเราก็เบื่อนะเวลาเห็นใครมาเรียกร้องหาความเท่าเทียมกันอยู่ได้ มันไม่มีหรอกนะ ไอ้ความยุติธรรมหรือไม่มี ทำไมไม่อยู่กันด้วยความรักแทนละจ๊ะ หิวน้ำเต้าหู้ใจจะขาด ว่าแล้วก็ไปกินก่อนนะ


จาก สวยนอกซอย

Riverdale said...

ขอแนะนำให้อ่านหนังสือเรื่อง As Nature Made Him ซึ่งเล่าเรื่องราวของ เดวิด ไรเมอร์ ได้ละเอียดและสะเทือนใจมากๆ

เนื่องจากหนังสือเอนเอียงเข้าข้างไรเมอร์ ดร. มันนี่จึงดูไม่ต่างจากปีศาจร้าย

ปล. ชอบบล็อกของคุณมากครับ เขียนได้ลุ่มลึกและสวยงามจริงๆ :)

Anonymous said...

ขอบคุนมากคะ เขียนไว้ได้ละเอียดมากเลย
พอดีเพ่งได้ดูสารคดีของ ดร.จอน มันนี่มา
เลยสนใจมาก :]