Sunday, November 26, 2006

หลอกเด็ก

...

เดือนนี้ผมกำลังทำสารคดีเรื่องแนวโน้มสังคมแบบใหม่ ที่คู่แต่งงานไม่อยากมีลูกกันอีกต่อไป เมื่ออาทิตย์ก่อนเลยได้ไปสัมภาษณ์สามีภรรยาคู่หนึ่ง พวกเขาอายุประมาณ 35 ปี และตัดสินใจร่วมกันแล้วว่าจะไม่มีลูกไปตลอดชีวิต โดยจะอยู่ดูแลกันไปแบบนี้แหละ ใครตายก่อน ก็แบ่งมรดกให้พ่อแม่ แล้วที่เหลือก็ยกให้อีกฝ่ายหนึ่ง และบอกให้อีกฝ่ายหาแฟนใหม่ได้ตามสบาย พวกเขาให้เหตุผลของการตัดสินใจไม่มีลูกไว้หลายข้อ แต่ข้อหนึ่งที่ถูกเน้นย้ำมากที่สุด คือเขาเป็นห่วงเด็กที่กำลังจะเกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ ว่าจะรอดพ้นจากความไม่ดีไม่งามของสังคมในแง่มุมต่างๆ และเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความไม่ดีไม่งามที่เล็ดลอดผ่านมาทางสื่อมวลชน และการโฆษณาสินค้าต่างๆ ซึ่งกำลังหันมาหลอกล่อเอาประโยชน์จากเด็กที่ยังไม่รู้เดียงสา เขาพูดมาคำหนึ่งซึ่งผมจำได้ติดใจ เขาบอกว่า ถ้าลูกของเขาเรียนถึงชั้นประถม แล้วจะต้องมารบเร้าขอโทรศัพท์มือถือแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น เขาไม่มั่นใจเลยว่าตนเองจะสามารถ ในการค่อยๆ เกลี้ยกล่อมและสั่งสอนลูก ให้กลับมาใช้เหตุผลในการดำเนินชีวิตได้หรือเปล่า ถ้าไม่ซื้อให้ ก็เท่ากับเป็นการทำร้ายจิตใจของลูก แต่ถ้าซื้อให้ ก็เท่ากับเป็นการ spoil ลูกให้เสียคน

คำพูดของพวกเขา ทำให้ผมกลับมานั่งดูรายการสำหรับเด็กในบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายการการ์ตูนญี่ปุ่นในตอนเช้าวันเสาร์อาทิตย์ และผมก็เริ่มคิดเห็นด้วยกับพวกเขาแล้วล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายการการ์ตูนทางช่องไอทีวี ที่หลอกล่อเด็กได้อย่างน่ารังเกียจที่สุด ดูเหมือนว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ จะไม่เหลือจรรยาบรรณอีกต่อไปแล้ว ทั้งจรรยาบรรณของสื่อ และจรรยาบรรณของนักโฆษณา อาทิตย์หน้าคุณลองเปิดไปดูก็ได้ ตั้งแต่ตอนแปดโมงเช้าไปจนถึงสิบโมง รายการการ์ตูนนี้กลายเป็นแหล่งรวมพฤติกรรมการล่อลวงเด็กทุกรูปแบบ ตั้งแต่การนำการ์ตูนชุดญี่ปุ่น 4 เรื่องมาฉาย แต่เขาฉายแบบพลิกแพลง โดยตัดเพลงไตเติ้ลตอนเริ่มและเพลงตอนท้าย ของการ์ตูนทุกเรื่องออกไป ซึ่งแต่ละเรื่องน่าจะมีความยาวประมาณ 4-5 นาที รวมการ์ตูน 4 เรื่อง เขาจะโกงเวลาไปได้รวม 20 นาที เขาเอาเวลาที่โกงไปได้นี้ ไปใช้ในการอัดโฆษณาสินค้าเข้าไปแทน เวลาที่เหล่านี้ เมื่อนำไปขายโฆษณาแล้ว คงคิดเป็นผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นหลักล้านบาทต่อวัน นอกจากจะเอาเวลานี้ ไปขายโฆษณาในรูปแบบเป็นหนังโฆษณาแล้ว เขายังเอาไปขายโฆษณาในรูปแบบโฆษณาแฝงอีก คือการจัดฉากรายการขึ้นมา มีพิธีกรเด็กผู้ชายสองคนที่พูดไม่ชัด เหมือนคนลิ้นคับปาก มาพูดแนะนำการ์ตูนแต่ละเรื่อง แล้วแอบแทรกโฆษณาสินค้าเข้าไปเป็นระยะๆ ด้านหลังของพิธีกร มีป้ายโลโก้สินค้าขนาดใหญ่แปะอยู่ พื้นที่โลโก้สินค้านี้มีขนาดใหญ่กว่าตัวพิธีกรสองคนรวมกันเสียอีก

ความน่ารังเกียจของรายการการ์ตูนทางไอทีวียังไม่หมดครับ นอกจากเขาจะโกงเวลาเอาไปขายโฆษณาแล้ว เขายังปล่อยให้สปอนเซอร์มาจัดแคมเปญชิงโชคในรายการสำหรับเด็กอีกด้วย โดยยัดการชิงโชคเข้ามาในช่วงพักครึ่งการ์ตูนแต่ละเรื่อง พิธีกรที่ลิ้นคับปากจะมาตั้งคำถามโง่ๆ ง่ายๆ มีตัวเลือกให้ 2 ข้อ แล้วบอกให้เด็กโทรศัพท์ผ่านเบอร์ 1900 เข้าไปตอบ เพื่อชิงรางวัลเป็นของเล่นหลอกเด็กสารพัด ถ้าเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่อย่างเราๆ เรามีการชิงโชคอย่างถูกกฎหมายครั้งใหญ่ 4 ครั้งต่อเดือน คือล็อตเตอรี่สองงวด สลากออมสิน และสลากธกส. แต่สำหรับเด็กไทยตาดำๆ ที่นั่งดูรายการการ์ตูนทางไอทีวีตอนเช้าวันเสาร์อาทิตย์ พวกเขาจะมีการชิงโชคมากกว่าเราหลายสิบเท่า ล่าสุดตอนนี้ การชิงโชคในรายการการ์ตูนมีรางวัลใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถึงระดับหลายพันบาท มาในรูปแบบของคำว่า "ทุนการศึกษา" และยังมีตั๋วเครื่องบินพร้อมทัวร์ประเทศญี่ปุ่น มูลค่ารวมถึงระดับแสนบาท ผมนั่งดูรายการการ์ตูนช่องนี้แล้วขนลุกครับ เพราะความรู้สึกรังเกียจและสลดใจ ผู้จัดรายการนี้ไร้จิตสำนึกโดยสิ้นเชิง โก่งตูดตัวเองให้ทุนนิยมอัดเล่นยังไม่พอ ดันเอาลูกหลานของเรา อนาคตของชาติ ไปขายให้กับบริษัทโฆษณาที่หน้าเลือดอีกด้วย ทั้งรายการการ์ตูนนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ผลประโยชน์ทางธุรกิจ และเพื่อขายโฆษณาสินค้าล้วนๆ น่าสงสารเด็กไทยสมัยนี้ นอกจากจะถูกถล่มด้วยโฆษณาขนมกรุบกรอบไม่มีคุณค่าทางอาหาร มีแต่น้ำตาลและไขมันแล้ว ยังถูกหลอกล่อ มอมเมาให้วนอยู่กับค่านิยมการชิงโชคตั้งแต่เด็กๆ

ผมนึกถึงรายการการ์ตูนญี่ปุ่นสมัยก่อน ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก จำได้เลยครับว่าช่อง 9 เอาการ์ตูนมาฉายทุกเช้าวันเสาร์อาทิตย์ แต่ช่อง 9 ไม่ได้หน้าเลือดและอำมหิตกับเด็กไทยถึงขนาดนี้ ถึงแม้จะมีโฆษณาขนมหลอกเด็กมาคั่นรายการ แต่เด็กสมัยผมยังได้ดูเพลงไตเติ้ลตอนเริ่มเรื่อง และฟังเพลงตอนจบเอนด์เครดิตครบถ้วน และไม่มีการมอมเมาพวกเราด้วยการชิงโชคของรางวัลมูลค่าหลักพันหลักแสนแบบนี้ ผมยังจำได้ว่าตอนท้ายการ์ตูนเรื่องสุดท้ายของวันอาทิตย์ น้าต๋อย คนพากย์การ์ตูนชื่อดังยังมาคอยสั่งสอนและตักเตือน น้องๆ หนูๆ ทำการบ้านกันเสร็จหรือยัง ถ้ายังก็ให้รีบไปทำนะครับ พรุ่งนี้วันจันทร์แล้ว ต้องตื่นแต่เช้านะ อย่าให้คุณแม่ต้องมาลากลงจากเตียง จะได้ไม่ไปโรงเรียนสาย ตั้งใจเรียนนะ แล้วก็ห้ามงอแงด้วย แล้วเดี๋ยวน้าต๋อยจะเอาการ์ตูนสนุกๆ มาให้ดูกันอีกในอาทิตย์หน้า ถึงแม้น้าต๋อยจะชอบพากย์นอกบท นอกเรื่อง และทำเสียงน่ารำคาญแค่ไหน แต่ผมว่าอย่างน้อย เขาก็มีจิตสำนึกที่ดี และมีจรรยาบรรณต่อหน้าที่การงานของเขา คนแบบนี้คงหายากขึ้นทุกวันๆ และเด็กไทยก็ตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ

...

8 comments:

buiberry said...

อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้ผมคิดถึงเพลงหนึ่งของวง Manic Street Preachers ชื่อเพลง If You Tolerate This Your Children Will Be Next

ผมอยากโพสต์ไว้นะ มันโดนและตรงตั้งแต่ขึ้นต้นแล้ว เด็กๆ ของเราจะเป็นยังไงนะ

The future teaches you to be alone the present to be afraid and cold
'So if I can shoot rabbits then I can shoot fascists'

Bullets for your brain today but we'll forget it all again
Monuments put from pen to paper turns me into a gutless wonder

And if you tolerate this then your children will be next
And if you tolerate this then your children will be next, will be next will be next will be next

Gravity keeps my head down or is it maybe shame
At being so young and being so vain

Holes in your head today but I'm a pacifist
I've walked La Ramblas but not with real intent

And if you tolerate this then your children will be next
And if you tolerate this then your children will be next, will be next will be next will be next

'And on the streets tonight - an old man plays
With newspaper cuttings of his glory days'

And if you tolerate this then your children will be next
And if you tolerate this then your children will be next, will be next will be next will be next

Anonymous said...

เคยดูแล้วก็ไม่ชอบเหมือนกันครับ
ดูการค้าสุดๆ
แล้วก็คิดเหมือนกันว่า ทำไมตัด title หัวท้ายออกวะ
แล้วก็ไม่ชอบกราฟฟิกตัวหนังสือที่ทำทับลงไปด้วยอะครับ

buiberry said...

พี่ๆ ผมเพิ่งนึกออกตะกี้ว่า
ในเรื่อง Almost famous ของ คาเมรอน โคร์ว ก็มีประโยคที่
เขาพูดดถึงโฆษณากับเด็กเหมือนกัน

เขาแบทำนองว่าโฆษณาคือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเด็กๆ มีแต่เด็กๆ ที่หลงเชื่อในโฆษณา อะไรทำนองนั้นนะ

:)

grappa said...

เคยนั่งดูรายการพวกนี้กับหลาน
แล้วก็ตกใจเหมือนกัน ว่าทำไมมีแต่โฆษณา
ดีนะที่หลานไม่ร่ำร่องว่าจะส่ง sms ไปตอบคำถาม
คือพอพวกรายการโฆษณาเริ่ม หลานมันก็ไม่ฟัง
วิ่งแหนวออกไปที่อื่น ค่อยวิ่งกลับมาดูตอนการ์ตูนเริ่มใหม่

มีแต่อามันแหล่ะ ที่นั่งจ้องเป๋งดูโฆษณา

ไม่ใช่แต่หลอกเด็ก เค้าหลอกผู้ใหญ่กันด้วยเฟ้ย
คาดว่า จขบ.คงไม่ดูซี่รีส์เกาหลี
( ดูแต่เตียบ่อกี้อยู่อะดิ )

หนังเกาหลีสองเรื่องที่กำลังฉาย เสาร์-อาทิตย์
ทั้งสองช่องคือช่อง 7 และ ไอทีวี
ระหว่างหนังฉาย ก็มี sms ตอบคำถามไปชิงรางวัล
เต็มไปหมด
แถมไอทีวีอีกเช่นกัน ที่เบียดบังเวลาช่วงท้ายรายการ
ทำเป็นเอเชี่ยนซีรีส์แฟนคลับ ข้างหลังพิธีกรพิธีกรที่คิดว่าตัวเองหล่อคนนั้นก็เต็มไปด้วยป้ายสปอนเซอร์ แล้วพิธีกรคนนั้นก็จะตั้งหน้าตั้งตาหลอกล่อคนแก่ทั้งหลายให้ sms ตอบคำถามไปชิงรางวัลตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวเกาหลี ตามรอยดาราในเรื่องทั้งหลาย

โอ้ ชีวิตนี้ สมควรไปเที่ยวเกาหลีสักรอบ
ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

Anonymous said...

ชอบช่อง 9 การ์ตูนตั้งแต่เด็กจนโตเลยค่ะ

Anonymous said...

ไม่ชอบที่ผู้เขียนใช้วลีว่า 'โก่งตูดตัวเองให้ทุนนิยมอัดเล่นยังไม่พอ' มันแสดง homophobia ให้เห็นน่ะครับ

ลองเปรียบเทียบดูว่า ถ้าเปลี่ยนเป็น 'โก่งจิ๋มให้ทุนนิยมอัดเล่นยังไม่พอ' ก็ได้ ว่ามนุษย์ที่เป็นผู้หญิงจะรู้สึกอย่างไร

alienboon said...

ยุคสมัยแต่ละยุคย่อมเปลี่ยนแปลง
ความดีงามของแต่ละรุ่น...ย่อมไม่เหมือนกัน
อ่านแล้ว...กระผมก็ยังอยากมีลูกอยู่
ถึงแม้...อนาคตจะมีปัญหา
ลองมองย้อนดูตัวเรา
บางครั้งเราก็เคยเป็นลูกที่ไม่ดีมาก่อน
ต้องทำใจว่า...วันเวลาของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน

Comment No. 8 said...

อืม คู่สามีภรรยาคู่นี้คงมีความคาดหวังสูงว่าถ้ามีต้องเลี้ยงลูกให้ดี แต่ไม่ได้มีความพยายาม (หรือเรียกว่าอดทนหรือเข้มแข็ง) พอที่จะฟันฝ่าอุปสรรคใดๆ เพื่อที่จะเลี้ยงลูกให้ดีให้ได้ คิดว่ามันยาก แล้วก็เลยหาทางออกโดยการไม่มีบุตร เราเลยว่ามันขึ้นอยู่กับความใส่ใจของพ่อแม่มากกว่า แล้วผลมันจะออกมาเองว่าลูกเขาจะเป็นคนที่ถูกหลอกได้ง่ายหรือป่าว อย่าง จขบ. ยังไม่ถูกหลอกเลย แสดงว่าพ่อแม่เลี้ยงเก่ง

อีกอย่าง เราว่าธรรมชาติมนุษย์เราเกิดมาเพื่อดำรงพันธ์นะ ถ้าคิดยังงี้กันเยอะก็สูญพันธ์กันเลยทีนี้