Monday, November 27, 2006

Weapons of Mass Derision

...



อยากจะชวนคุณไปดูนิทรรศการศิลปะ ที่กำลังจัดอยู่ที่ห้องสมุดปรีดีฯ ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ผมผ่านๆ ไปเห็นงานนี้เข้าเมื่อวานนี้ด้วยความบังเอิญ คือตอนบ่ายเมื่อวาน จะไปดูหนังอาร์ตๆ และร่วมงานเปิดตัวหนังสือ "ฟิล์มไวรัส 4 สางสำแดง" ที่จัดฉายอยู่ในห้องสมุดแห่งนี้อยู่แล้ว ก็ไปเห็นงานนิทรรศการนี้ตั้งอยู่ตรงทางเข้า เลยเดินผ่านไปดูแว้บๆ มันเป็นงานแสดงภาพการ์ตูนล้อการเมือง ของนักเขียนการ์ตูนคนหนึ่ง ที่มีผลงานลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เขาคัดเฉพาะงานชิ้นที่เด็ดๆ มาแสดงในงานคราวนี้ ผมเห็นบางอันก็ไอเดียเจ๋งดี ล้อเลียนนโยบายต่างประเทศของอเมริกา ล้อเลียนผู้ก่อการร้ายอาหรับ และมีอันที่ล้อเลียนการเมืองของบ้านเราด้วยครับ มีภาพนึงฮาสุดๆ เขาเขียนบรรยายภาพว่า เราจะไปต่อไปไม่ได้หรอก เมื่อล้อเราเป็นสี่เหลี่ยม เป็นภาพคนกำลังนั่งรถยนต์คันหนึ่ง ที่มีล้อเป็นรูปใบหน้าเหลี่ยมๆ ของอดีตผู้นำประเทศเรา งานนี้โดยรวมๆ แล้วน่าสนใจไม่เลว ภาพใบปิดโฆษณานิทรรศการคราวนี้ก็ไอเดียเจ๋งดี เป็นภาพรถคันใหญ่กำลังบรรทุกระเบิดขีปนาวุธลูกหนึ่ง แต่ขีปนาวุธลูกนี้เป็นรูปดินสอ HB สะท้อนให้เห็น ว่าการวาดภาพการ์ตูนล้อการเมืองแบบนี้ มีพลังมหาศาลในการต่อสู้กับผู้ที่กำลังอยู่ในอำนาจ ไม่ต่างจากอาวุธชั้นเยี่ยม ผมก็คิดเช่นเดียวกับเขา ผมว่างานสร้างสรรค์ไม่ว่าจะแขนงใด มันก็มีพลังในการต่อสู้แบบเดียวกันนี้แหละ ถ้าเรารู้จักนำมันมาใช้ในทางที่ถูกต้อง และเพื่อผลประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นยุคไหนสมัยไหน เผด็จการและทรราชย์ต่างหวาดกลัวศิลปะและวรรณกรรมชั้นดี เพราะมันจะเริ่มต้นจุดประเด็น และตั้งคำถามต่อความไม่ชอบธรรม มันจะช่วยเปิดหูเปิดตาประชาชนได้ ฮิตเล่อร์เลยต้องเผาหนังสือไงล่ะ ถ้าใครบังเอิญผ่านไปแถวธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ก็ลองไปดูนิทรรศการนี้นะครับ เขาจัดถึงวันที่ 1 ธันวาคม หลังจากนั้น ถ้าจำไม่ผิด เขาจะเปลี่ยนไปจัดงานนิทรรศการศิลปะ ของสุชาติ สวัสดิ์ศรี แทน

...

2 comments:

grappa said...

เห็นนิทรรศการ
กับประโยคที่ว่า แม้แต่ฮิตเลอร์ยังต้องเผาหนังสือ
ทำให้คิดถึงสมัยยังเป็นนักศึกษาเลือดร้อน ที่เรียนคือที่เดียวกับที่ จขบ.ไปดูนิทรรศการมานี่แหล่ะ

พวกเรานักศึกษากลุ่มเล็กๆ (ที่ชอบจับกลุ่มคุยกันเรื่องหนังสือ) เคยประท้วงผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ห้ามไม่ให้แสดงความคิดเห็นด้วยการ " ฉีกหนังสือ " เล่มนึงขึ้นไปติดบอร์ด

หนังสือเล่มนี้คือ โจนาธาน ลิฟวิงสตัน นางนวล
ผู้บริหารฯ สมัยนั้นที่ห้ามเราแสดงความคิดเห็นคือ คนที่แปลโจนาธาน ฯ

เข้าทำนอง ท่านเป็นคนบอกเราว่า เสรีภาพนั้นสำคัญ
แล้วทำไมถึงปิดกั้นไม่ให้เราแสดงความคิดเห็น

จำไม่ได้แล้วว่าประเด็นที่ท่านห้ามไม่ให้แสดงความคิดเห็นคืออะไร

แต่ยังจำ "หนังสือที่ถูกฉีก" ได้ติดตา

Anonymous said...

เสียดายไม่ได้อยู่เมืองไทยเน้ออออ คิดถึงห้องสมุดปรีดีจริงๆ