Saturday, November 18, 2006

เจมส์ บอนด์

...

หลายปีก่อนตรงถนนพระอาทิตย์ เคยมีร้านอาหารหรูๆ อยู่ร้านหนึ่ง ชื่อว่าร้านร้อยแปด ผมกับเพื่อนชอบไปนั่งกินข้าวกันที่นี่ทุกเย็นวันศุกร์ สิ่งที่ผมจำได้แม่นยำเกี่ยวกับร้านนี้ ไม่ใช่เมนูขาหมูเยอรมันหรือปลาตะเพียนไร้ก้างของทางร้าน แต่เป็นป้ายห้องน้ำผู้ชาย ที่เจ้าของร้านเขามีไอเดียเก๋ไก๋มาก แทนที่จะเอาป้ายสัญลักษณ์ตัวผู้ชาย หรือป้ายตัวหนังสือมาแปะ เขากลับเอาปกนิตยสารฉบับหนึ่งมาแปะ เพื่อบอกว่าตรงนี้คือห้องน้ำชาย ปกนิตยสารฉบับนี้เป็นภาพถ่ายระยะกลางๆ ครึ่งตัว ตั้งแต่ระดับหัวเข่าขึ้นไป เป็นผู้ชายวัยหนุ่มใหญ่ ใส่ชุดสูทสีดำเนี้ยบๆ หวีผมเสยเรียบแปร้ ใบหน้าฉายแววมีความสุข ปากฉีกยิ้มเห็นฟันขาว ยกมือซ้ายขึ้นมา ชี้นิ้วเฉียงๆ ไปทางขวามือ ซึ่งเป็นทิศของประตูห้องน้ำชายของร้านนี้พอดีเป๊ะ เวลาไปกินข้าวร้านนี้ แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ ผมเห็นป้ายนี้แล้วอดหัวเราะไม่ได้ทุกที แต่นึกไปนึกมา ก็สงสารผู้ชายที่เป็นแบบปกนิตยสารฉบับนี้ ไม่รู้ว่าเขารู้ตัวหรือเปล่า ว่าภาพเท่ๆ ของเขาถูกเอามาล้อเล่นถึงขนาดนี้

การเอาภาพผู้ชายที่แสดงความหล่อ ความเท่ มาล้อเล่นล้อเลียนแบบนี้ คงจะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเสียแล้ว เพราะในสมัยนี้ ทุกคนล้วนมีความคิดแบบ anti-establishment หรือความคิดแบบต่อต้านขัดแย้งกับมาตรฐานหรือความเชื่อแบบดั้งเดิม ในด้านต่างๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ฯลฯ สังเกตดูได้จากภาพของผู้ชาย ที่นำเสนอผ่านสื่อและป๊อปคัลเจอร์ต่างๆ ทั้งนิตยสาร ทีวี หนัง เพลง มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และแสดงความต่อต้านขัดแย้งกับมาตรฐานหรือความคิดความเชื่อเกี่ยวกับผู้ชายแบบเดิม โดยมีลักษณะแบบ anti-hero มากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ชายหล่อๆ เนี้ยบๆ เก๊กๆ แอคท์ท่าเท่ๆ ถ่ายรูป กลายเป็นสิ่งที่น่าตลกขบขัน และตกเป็นเป้าในการถูกนำมาล้อเลียน ดูง่ายๆ จากประวัติศาสตร์ของหนังเจมส์ บอนด์ ที่ผ่านมาหลายสิบปี ภาพของเจมส์ บอนด์ แบบ ฌอน คอนเนอรี่ และโรเจอร์ มัวร์ ที่เป็นสุภาพบุรุษสายลับหล่อเนี้ยบ กลายเป็นสิ่งที่หนังหลายเรื่องในรุ่นต่อมา นำมาล้อเลียนกันแบบสนุกสนาน

อย่างหนัง ออสติน พาวเวอร์ มิสเตอร์บีน ที่นำเสนอภาพชายหนุ่มสายลับอังกฤษที่บ้าบอคอแตก หรือแม้กระทั่ง ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ ที่ให้สายลับหล่อเนี้ยบเหมือนเจมส์ บอนด์ ถูกยิงตายตั้งแต่ต้นเรื่อง จนต้องไปหาสายลับแบบใหม่ที่ดิบห่ามเถื่อน อย่าง วิน ดีเซล มาทำงานต่อ ภาพของตัวละคร เจสัน บอร์น จาก The Bourne Identity ก็มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมา จากสมัยที่มันเคยเป็นหนังทีวีในยุค 80 ฉายภาพผู้ชายสายลับที่หล่อเนี้ยบอยู่ จนเมื่อมันกลายเป็นหนังใหญ่ของฮอลลีวู้ด เจสัน บอร์น ก็มีลักษณะ anti-hero มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความดุดัน มุทะลุ ฉากบู๊ที่โหดเหี้ยม เพิ่มจำนวนขึ้นทั้ง 2 ภาค ภาพของ อีธาน ฮันท์ ใน Mission Impossible ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน จากสมัยที่เป็นซีรีย์สทางทีวี อีธาน ฮันต์ เก่งกาจโอเว่อร์เหมือนการ์ตูน จนเมื่อมันกลายเป็นหนังใหญ่ของฮอลลีวู้ด ดีกรีความเป็น anti-hero ของ อีธาน ฮันท์ ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเปรียบเทียบไล่ลำดับมาจากหนังทั้ง 3 ภาค

เจมส์ บอนด์ ตอนล่าสุด Casino Royale ได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ทั่วโลก ผมคิดว่าเป็นเพราะมันนำเสนอภาพเจมส์ บอนด์ แบบ anti-hero สุดๆ พระเอกของเราทำตัวไม่สมกับเป็นพระเอก ถึงขนาดที่พอเล่นไพ่แพ้ผู้ร้าย และเห็นว่าหมดทางจะจับตัวไปได้แล้ว ถึงกับคว้ามีดบนโต๊ะอาหาร เดินรี่จะไปแทงเขาให้ตายคามือให้สมแค้น นับไล่หนังเจมส์ บอนด์ มาทุกตอน ไม่เคยมีเจมส์ บอนด์ คนไหนที่สิ้นคิดได้ถึงขนาดนี้ ผมคิดว่ารสนิยมของคนสมัยนี้ เมื่อเขาเสพสื่อหรือป๊อปคัลเจอร์ใดๆ ก็ตาม เขาต้องการเสพความสมจริงสมจังให้ได้มากที่สุด และเขาค่อนข้างจะรู้แล้ว ว่าภาพความดี ความงาม ความสมบูรณ์แบบ ที่สื่อและป๊อปคัลเจอร์ต่างๆ เคยชอบหยิบมานำเสนอนั้น มันไม่จริงและไม่น่าสนใจ มันเป็น establishment ปลอมๆ ที่พวกเขาอยากจะ anti กันหมดแล้ว ดังนั้น เวลาดูหนัง คนสมัยนี้จึงต้องการเห็นจุดอ่อน จุดบกพร่อง ความไม่ดี ไม่งาม ไม่สมบูรณ์แบบ ของตัวละครทั้งหลาย ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวพระเอก ดังนั้น พระเอกแบบ วิน ดีเซล ออสติน พาวเวอร์ และเจมส์ บอนด์ ตอนล่าสุด ที่มีความ anti-hero จึงได้รับความนิยมจากคนดูส่วนใหญ่ และคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ ภาพบนหน้าปกนิตยสารก็สะท้อนความคิดนี้เช่นกัน ผู้ชายบนปกนิตยสารสมัยนี้ จึงดูหล่อ เนี้ยบ เก๊ก และแอคท์ท่าน้อยลงไปเยอะ เมื่อเทียบกับบนปกนิตยสารสมัยก่อน

ร้านร้อยแปดที่ถนนพระอาทิตย์ ปิดกิจการไปหลายปีแล้ว เจ้าของร้านอาจจะรวยแล้วเลยเลิกขาย วันก่อนผมไปดูหนัง เจมส์ บอนด์ ตอนใหม่ล่าสุดมา และมันทำให้ผมคิดถึงร้านร้อยแปดขึ้นมาตะหงิดๆ คิดถึงร้านนี้มาก อยากกลับไปนั่งกินขาหมูเยอรมันและปลาตะเพียนไร้ก้างอีกจังเลย

...

7 comments:

grappa said...

มิน่าล่ะ
ทำไมได้ถึงชอบ บอนด์ คนนี้มากนัก
เพราะความไม่สมบูรณ์แบบนี้เอง

คิดถึงร้าน 108 เหมือนกัน
มีเมนูอร่อยๆ อีกหลายอย่าง
ไก่ผัดตะไคร้ ก็อร่อยมากกกกกกกกกกกก

Anonymous said...

ผมก็ชอบพระเอกนางเอกที่เป็นมนุษย์ๆ เหมือนกันครับ
ปล.ปากเบะๆ แต่ก็เท่ดีนิ

buiberry said...

พี่เขียนซะจนผมเห็นภาพเลย เรื่อง xXx ที่ล้อเลียนความเป็นสุภาพบุรุษของเจมส์ บอนด์

ผมมีตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ ระหว่าง ฮีโร่
3-4 ตัวที่ออกมาในช่วงปีสองปีมานี้

ได้แก่ สไปเดอร์ แบทแมน ซุปเปอร์แมน เอ้า แถม เอ็กซ์เมนอีกก็ได้ โดยเฉพาะวูลฟ์ เวอร์รีน

หนัง 4 เรื่องนี้กล่าวได้ว่าสเกลการสร้าง การลงทุน ตลอดจนพื้นฐานแทบทุกอย่างใกล้เคียง แต่จะเห็นได้ชัดว่า กราฟความสำเร็จในแง่ความนิยมและรายได้ จะเห็นชุดว่า กลุ่มที่ชนะใจผู้ชมมากกว่า คือ แมงมุง คาวค้าง มนุษย์กลายพันธ์ุ ส่วนมนุษย์ผู้ชายใต้ผ้าคุมสีแดงที่เพิ่งรีเทิร์นกลับมา ค่อนข้างแป็กทั้งความนิยมและรายได้

กลุ่มที่ชนะก็ล้วนแล้วแต่เป็นพวก Anti-Hero ที่จมกับความผิดหวัง เคยสูญเสีบ เคยล้มเหลว มีด้านมืด มีปมในใจ

ตัวละครที่มีคาแรกเตอร์แบบนี้ได้รับความนิยม มากกว่าตัวละครที่สมบูรณ์แบบ อย่าง Super man ที่ยังติดกับภาพแบบเก่าดังที่พี่ว่า

ต่อไปเราก็จะได้ดูหนัง Hero แบบที่พระเอกเป็นผี เป็นผู้ร้าย เช่น Ghost Rider หรือ กัปตัน แจ็ค สไปโรว์ ใน POTC

แล้วก็มีหนังที่พระเอกเป็นคนเก่งระดับเทพฯ อย่าง อินเดียน่าโจนส์ ภาคใหม่ที่นำแสดงโดย แฮริสัน ฟอร์ด ที่กลับมาขายความคิดถึงอดีต มากกว่าขายสิ่งใหม่ๆ

โลกก็ผลิตหมุนเวียนฮีโร่ ออกมาเรื่อยๆ ครับ สมัยนี้ฮีโร่จะดังได้ก็ต้องมาถูกยุค ถูกเวลา ถุกเทรนด์ด้วย

น่าเสียใจแทบฮีโร่ในอดีตหลายท่านจริงๆ

Lyn said...

ใคร ๆ ก็อยากเห็นสิ่งสวย ๆ งาม ๆ กันทั้งนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าใครกัน(หรือเราเอง)ที่กำหนดว่าอันสวยงาม อันไหนน่าเกลียด แต่ก็บอกไม่ได้ว่าเวลาเราเห็นมันก็ทำให้รู้สึกดี ทั้งที่ในช่วงเวลานั้นอาจจะมีความคิดที่ขัดแย้ง ว่ามันจะเป็นแบบนั้นได้เหรอ เหมือนกับร้านอาหารสมัยนี้ที่สวย ๆ อาหารไม่ได้เรื่อง แต่คนก็แห่กันไปกินเพราะเค้าอยากกินบรรยากาศกัน

Comment No. 8 said...

อ๋อ มันเป็นยุค anti-hero น่ะเอง มิน่า โฆษณง โฆษณา สมัยนี้ celibrity หน้าตาไม่ต้องดีก็ได้ เอ แล้วพอ anti-hero กันจนอิ่มตัว hero ก็จะกลับมาใหม่ แต่ยังไงก็ยังหากินกับแนวเรื่องเดิมได้ คือ James Bond แบบว่า สมัยนี้ไม่มีใครสามารถสร้างสรรค์ Hero ชื่อใหม่ได้แล้วจริงๆ นะเนี่ย

นึกๆ แล้วก็ยิ่งนับถือคนเขียนเรื่อง เขียนบท สร้างหนังสมัยก่อนจริงๆ เก่งจริงๆ

BozzaNova said...

ผมว่าส่วนหนึ่งมันก็ใช่ ที่คนเราเริ่มเข้าใจว่า ความสมบูรณ์แบบมันไม่สมจริง
แต่อีกส่วนหนึ่ง ผมคิดเองเออเองว่า มันเป็นวัฏจักร
ผมว่ามนุษย์เราเป็นสัตว์โลกที่ขี้เบื่อที่สุดในโลกนี้
แล้วเมื่อฮีโร่เนี้ยบๆ มันมีมานาน คนก็เริ่มเบื่อ
ผมคิดเองเออเอง(อีกครั้ง)ว่า พอนานๆ ไป คนก็จะเริ่มเบื่ออีก
แบบว่า เฮ้ย มึงเป็นพระเอกนะ จะถ่อยอะไรนักหนา
แล้วก็จะย้อนกลับไปโหยหา ideal hero อีกครั้ง เฉกเช่นในอดีต

มันก็แค่วัฏจักร

ปล. ผมคิดเองเออเองล้วนๆ ไม่มีหลักฐาน ฤว่า เอกสารอ้างอิงใดๆ ทั้งสิ้น
:P

The Carnivalesque said...

ยังไม่ได้ดู Casino Royale เลยค่ะ
กะว่าจะไปดูเสาร์ อาทิตย์นี้
แต่ทีแรกไม่ชอบเลยยยยยยยยยย
พระเอกไม่หล่ออ่ะ
แล้วก็เห็นมีเว็บไซต์ออกมาต่อต้านพระเอกเจมส์บอนด์คนนี้ด้วย ว่าไม่หล่อ ไม่เท่ห์ เหมือนคนก่อน ๆ ที่ผ่านมา
เพิ่งเข้าใจว่า มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
คนทำหนัง กำลังขายความไม่สมบูรณ์แบบ

แล้วก็เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เอง ว่าทำไมหลาย ๆ คนไม่ชอบดิฉัน
เพราะดิฉันสวยเลิศ สมบูรณ์แบบนี่เอง
แหง่ะ

คิดถึงร้านร้อยแปดเหมือนกัน
ชอบกินกุ้งแช่น้ำปลา กับก้านคะน้า
อิอิ แซบดี