Sunday, October 01, 2006

อเมริกา

...

ตอนบ่ายวันนี้นั่งดูข่าวต่างประเทศ 2 ข่าว เกี่ยวกับประเทศอเมริกา ทำให้นึกเรื่องที่จะเอามาเขียนบล้อกได้ 2 เรื่องรวดเลย วันนี้ขอเขียนถึงข่าวแรกก่อนเลยครับ มันเป็นข่าวบริษัทวอร์เนอร์บราเธอร์ ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ของอเมริกา แถลงข่าวว่ากำลังจะวางตลาดแผ่นหนังวีซีดีและดีวีดี เรื่อง Superman Returns ในประเทศจีน ซึ่งจะเป็นการวางตลาดเป็นประเทศแรกของโลก เร็วกว่าในอเมริกาเองตั้ง 2 เดือน แถมยังจะตั้งราคาขายใหม่ คือให้แผ่นวีซีดีราคา 10 กว่าหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 70-80 บาท และแผ่นดีวีดี 20 กว่าหยวน หรือประมาณ 100 กว่าบาทเท่านั้นเอง ที่ต้องทำขนาดนี้ก็เพื่อต่อสู้กับแผ่นละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีเกลื่อนประเทศจีน

ดูข่าวนี้แล้วผมสะใจจริงๆ ในที่สุด ประเทศมหาอำนาจและบรรษัทขนาดยักษ์ ก็ต้องยอมสยบต่อเทปผีซีดีเถื่อน หลังจากที่รัฐบาลอเมริกาดำเนินนโยบายทั้งขู่และปลอบประเทศต่างๆ บรรษัทยักษ์ใหญ่ก็ดำเนินคดีให้ตำรวจมาจับกุม ให้ทุกคนหันมาเคารพทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อที่ตัวเองจะได้เอาสินค้าทรัพย์สินทางปัญญาไปโก่งราคาขายได้แพงๆ ทั่วโลก ทำไปทำมาดูท่าว่าจะไม่สำเร็จแล้วครับ ในที่สุด ทรัพย์สินทางปัญญาก็กลายมามีราคาสมเหตุสมผลเสียที สะใจครับ เวลาไปเดินร้านซีดีลิขสิทธิ์ทีไร เห็นแผ่นดีวีดีแบบอิมพอร์ต ราคา 6-7 ร้อยบาท แล้วก็ยังนึกอยู่เลย ว่าใครจะมาซื้อมึงวะเนี่ยะ ในเมื่อแผ่นผีเขาขายกัน 100 เดียวที่สีลม หรือถ้าต้องการแผ่นผีแบบพิถีพิถันขึ้นมาหน่อย มี special feature เยอะๆ มีกล่องสวยๆ ก็สั่งซื้อแผ่นผีเวอร์ชั่นแม่สายได้ในราคาแพงขึ้นมาอีกไม่กี่สิบบาทเท่านั้น

เมื่อเดือนที่แล้ว ที่ผมไปประเทศจีนมา ไกด์ทัวร์ชาวจีนก็คุยเรื่องทำนองนี้ให้คณะทัวร์ทั้งคันรถฟัง เขาเล่าว่ามีรัฐมนตรีของจีนชื่ออะไรจำไม่ได้ เป็นผู้หญิง เดินทางไปเจรจาสั่งซื้อเครื่องบินจากอเมริกา อเมริกาบอกว่าจะยอมขายเครื่องบินให้ ก็ต่อเมื่อรัฐบาลจีนรับปากว่าจะเอาจริงเอาจังเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเสียที ปรากฏว่ารัฐมนตรีหญิงจีนคนนี้หิ้วกระเป๋ากลับบ้านเลยครับ ไม่ซ้งไม่ซื้อมันแล้ว ช่างมึง จีนรวยซะอย่าง แล้วเขาก็กำเงินไปซื้อเครื่องบินจากฝรั่งเศสแทน ไกด์จีนคนนี้บอกว่า รัฐบาลจีนก็รู้ว่าทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องที่ควรเคารพ แต่ตอนนี้ประเทศจีนยังไม่พร้อม ถ้าเข้มงวดจับกุมทั้งหมด เศรษฐกิจจีนก็แย่พอดี จีนก็จะกลายเป็นประเทศรับจ้างผลิต ประเทศที่ถูกตะวันตกมาขูดรีดแรงงาน สู้ทำแบบในตอนนี้ไม่ได้ พอฝรั่งมาจ้างทำสินค้าอะไรสักอย่าง โรงงานจีนก็แอบทำเกินออร์เดอร์บ้าง หรือแอบงุบงิบของที่หลุดมาตรฐานเอาไว้บ้าง แล้วเอาออกมาขายเป็นของปลอม ของละเมิดลิขสิทธิ์ กลายเป็นที่ต้องการของตลาดจากทั่วโลกไปแล้ว

ผมคิดว่าถ้าดีวีดี Superman Returns ที่กำลังจะวางแผงในจีน สามารถขายได้ในราคา 100 กว่าบาท แล้วเมื่อ 1-2 ปีก่อน พวกแผ่นดีวีดีหนังที่ออกมาก่อนหน้านี้ ที่มันตั้งราคาขายกัน 6-7 ร้อยบาท มันตั้งราคาแบบนี้ได้ยังไง ราคาแพงกว่ากันตั้ง 4-5 เท่าตัวแบบนี้ มันเอากำไรไปทำอะไรกันครับ สถานการณ์นี้เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับวงการเพลงบ้านเราเลยครับ สมัยเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนที่เทปคาสเส็ทท์กำลังจะหายไปจากตลาด และแผ่นซีดีกำลังได้รับความนิยม ตอนนั้นแผ่นซีดีเพลงไทย 350 บาท ผมไปเดินร้านทาวเวอร์เรคคอร์ดบนเวิลด์เทรดเซนเตอร์สมัยนั้น ต้องคิดแล้วคิดอีก กว่าจะควักเงินซื้อเพลงไทยได้แต่ละแผ่น เพราะมันแพงเหลือเกิน ต่อมาอีกไม่กี่ปี มีเทคโนโลยี mp3 เข้ามา มีเทคโนโลยีการซีดีไรเตอร์เข้ามา แผ่นซีดีเพลงไทยราคาแพงมหาโหดพวกนั้นขายไม่ออก จนตอนนี้ต้องลดราคาลงมาเหลือ 150 บาทแล้ว

ใครมันชอบออกมาอ้างว่าเทปผีซีดีเถื่อนทำให้ศิลปินไม่มีกำลังใจสร้างสรรค์ผลงาน ผมว่ามันแหกตา ทุกวันนี้ผลงานเพลงในท้องตลาด มีคุณภาพดีขึ้น มีความหลากหลายมากขึ้น กว่าเมื่อสมัย 10 กว่าปีก่อน ที่ตลาดถูกผูกขาดโดยแกรมมี่และอาร์เอส ที่ออกแผ่นซีดีราคา 350 บาทมาขายเสียอีกครับ ผมว่าเมื่อราคาขายซีดีถูกลงแบบนี้ คนก็ตัดสินใจอุดหนุนกันได้ง่ายขึ้น ศิลปินที่เขามีความคิดจะทำเพลงดีๆ อยู่แล้ว เขาก็พออยู่กันได้ครับ ไม่ใช่เหมือนสมัยก่อน ที่พวกนายทุนต่างหาก ที่มาขูดเลือดขูดเนื้อคนฟังเพลงไทย แล้วเอาศิลปินในค่ายตัวเองขึ้นมาบังหน้าไว้

ข่าวเกี่ยวกับอเมริกาข่าวที่สอง มันเป็นเรื่องที่เขากำลังจะสร้างกำแพงกั้นด่านชายแดนแม็กซิโก ผมว่าเรื่องนี้น่าสนใจดี ไว้วันหลังจะมาเขียนถึงในบล้อกนี้นะครับ

...

2 comments:

The Carnivalesque said...

อ่าน blog ของคุณพี่ Loneliness วันนี้แล้ว นึกถึง เรื่อง power and resistance จริง ๆ นะ "ในทุก ๆ ที่ที่มีอำนาจ ย่อมมีการต่อต้านแฝงอยู่" นักคิดชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งพูดไว้ว่าอย่างนั้น

อย่างกรณีวีซีดี ดีวีดี ละเมิดลิขสิทธิ์ ก็น่าจะเป็นตัวอย่างหนึ่งของ resistance การต่อต้านต่ออำนาจของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ก็ดันตั้งราคาซะเวอร์เกิน ก็สมควรแล้ว

แต่จริง ๆ แล้วนะ ยังมี resistance เล็ก ๆ อื่น ๆ ในชีวิตประจำวันมากมาย

คุณเคยแอบหลับในที่ทำงานหรือเปล่า?

คุณเคยแอบเอาดินสอ ปากกาของที่ทำงานมาเก็บไว้ที่บ้านหรือเปล่า?
ไม่เคยใช้ ไม่รู้เอามาทำไม แต่อยากจิ๊กของของที่ทำงานมา

ถ้าบริษัทคุณห้ามใส่เสื้อสายเดี่ยว แต่คุณก็ยังใส่มาบ้างหรือเปล่า?
คุณก็เอาเสื้อหรือผ้าคลุมไหล่คลุมไว้ เวลาเจ้านายไม่อยู่ คุณก็โชว์สายเดี่ยวซะ

หรือถ้าเขาห้ามใส่ยีนส์ คุณก็จะใส่ แต่ก็หลบ ๆ ฝ่ายบุคคลเอา

ตอนคุณเป็นนักเรียน คุณเคยติดโบว์อันใหญ่ ๆ ที่อาจารย์สั่งห้ามหรือเปล่า?
ยึดได้ยึดไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเดินสยาม ซื้ออันใหม่ก็ได้

ตอนคุณเป็นนักเรียน คุณเคยแอบกินขนมในห้องเรียน หรือห้องสมุดหรือเปล่า?

นั่นแหล่ะ ที่ใดที่มันมีอำนาจมาควบคุมไว้มากนัก ขอหน่อยเหอะ ขอเป็นขบถเล็ก ๆ ขอแอบต่อต้าน จิกกัดเล็ก ๆ หน่อย ๆ ก็มีความสุขแล้ว

แล้วถ้าคุณเป็นนักเขียน แต่สำนักพิมพ์คุณสั่งให้คุณเขียนอะไรก็ไม่รู้ ที่สูบกินจิตวิญญาณความคิดสร้างสรรค์ของคุณ แล้วก็บอกว่ามันเป็นงาน คุณก็แอบเอาเวลาทำงาน มานั่งเขียนบล็อคนี่แหล่ะ เขียนอะไรก็ได้ที่คุณอยากจะเขียน

"ในทุก ๆ ที่ที่มีอำนาจ ย่อมมีการต่อต้านแฝงอยู่"

arttuxx said...

เรื่องซีดีนี่ผมว่า ที่สมัยก่อนปก 350 นี่อาจจะเป็นเพราะ
1.เมื่อก่อนเรายังไม่สามารถผลิตในประเทศได้
ต้องสั่งผลิตจากต่างประเทศ
2.คนทั่วไปยังไม่ค่อยฟังจากซีดีทำให้ผลิตในจำนวนน้อย
แต่พอผลิตมากขึ้นราคาก็ลงครับ


ถึงอย่างไรยุคนี้แผ่นราคาปก 155 คนส่วนใหญ่ก็ยังซื้อ mp3
โหลดจากเว็บไซต์

สงสารคนทำงานจริงๆ (นายทุนไม่ค่อยสงสาร หะหะ)