Friday, October 20, 2006

สปช. กพอ. สลน.

...

บนโต๊ะอาหารเมื่อหลายวันก่อน พวกผมกับเพื่อนที่ออฟฟิศนั่งคุยกันขโมงโฉงเฉง จนย้อนมาถึงเรื่องชีวิตตอนเด็กๆ ได้ยังไงก็จำไม่ได้แล้ว พวกเราเริ่มคุยกันเรื่องการเรียนวิชาต่างๆ ตั้งแต่สมัยที่อยู่ชั้นประถมและมัธยม มีเพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นมาว่า มีใครทันเรียนหนังสือภาษาไทยที่เป็นมานีมานะหรือเปล่า รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นหญิงสาวโสดอายุเกือบ 40 ที่น่ารักที่สุดที่ยังเหลืออยู่ในโลกนี้ ทำหน้าอึ้งๆ เหมือนกับโดนคำพูดอะไรแทงใจดำ เท่าที่จำได้ แบบเรียนสุดอมตะมานีมานะ มันเพิ่งเริ่มมีในช่วงของคนรุ่นผม ดังนั้นรุ่นพี่ผู้หญิงคนนี้เลยไม่ทันได้เรียน ผมไม่รู้เหมือนกันว่าสมัยเธอเด็กๆ เธอใช้แบบเรียนอะไร แต่เพื่อช่วยเปลี่ยนบรรยากาศ ผมเลยถามเพื่อนๆ กลับไป ว่าเคยเรียนวิชา สปช. สลน. และ กพอ. หรือเปล่า เพื่อนส่วนใหญ่บนโต๊ะอาหารนั้น ทำตาเป็นประกายอย่างมีความสุข เมื่อย้อนคิดกลับไปถึงความหลังสมัยเด็ก พวกเขาเคยเรียนวิชาพวกนี้เหมือนกัน

สปช. ย่อมาจากวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต มันก็คือวิชาศาสตร์ต่างๆ หลายๆ ศาสตร์มารวมกัน ทั้งวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ฯลฯ ถือเป็นวิชาที่มีเนื้อหามากที่สุดและหนังสือเล่มใหญ่ที่สุด สำหรับเด็กๆ ชั้นประถมในสมัยก่อน แต่มันเป็นหนังสือที่อ่านสนุกมากนะครับ เท่าที่จำได้เขาเล่าเป็นเรื่องๆ และมีรูปประกอบเยอะแยะทีเดียว ส่วน กพอ. ย่อมาจากวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ มันคือวิชาสอนงานฝีมือและวิชาชีพต่างๆ อย่างเช่นการเย็บผ้า การทำกระทง การทำดอกไม้ประดิษฐ์ ส่วน สลน. ย่อมาจากวิชาสร้างเสริมลักษณะนิสัย เป็นวิชาเกี่ยวกับจริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม และการอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม เวลาผ่านมาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงชีวิตสมัยเด็กๆ แล้วรู้สึก nostalgia ถึงคืนวันเก่าๆ แบบนั้นจริงๆ ผมชอบวิชาสปช. กพอ. สลน. และถือว่ามันคือความทรงจำสนุกๆ ในห้องเรียนสมัยเด็กประถม

นอกจาก 3 วิชานี้แล้ว ยังมีวิชาอื่นๆ ที่สนุกพอๆ กัน เช่นพละ สุขศึกษา จริยธรรม ศิลปะ ฯลฯ ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ เคยมีวิชาที่เรียกว่า "วิชาห้องสมุด" ด้วยครับ คือทั้งชั่วโมงนั้น เขาปล่อยให้พวกเราเข้าไปนั่งในห้องสมุด เพื่ออ่านอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ได้ และมีวิชาที่เรียกว่า "วิชาดูหนัง" ด้วย! เชื่อไหมล่ะ? มันเป็นวิชาที่ให้เด็กเข้าไปนั่งดูหนังในห้องออดิทอเรียมของโรงเรียน ส่วนใหญ่เป็นสารคดีสั้นๆ ความยาว 15 นาที ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีให้ดูไม่กี่เรื่องหรอกครับ พวกเราก็ดูวนไปวนมา ซ้ำไปซ้ำมาแบบนั้นทั้งเทอม แต่วิชาพวกนี้ก็ยังสนุกจริงๆ สำหรับเด็กประถมอย่างเรา

นอกจากวิชาเรียนสนุกๆ พวกที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังมีวิชาอื่นๆ ที่เคร่งเครียดและยากเหลือเกินสำหรับเด็กประถม อย่างเช่นวิชาเลขคณิต ภาษาอังกฤษ หลักภาษาไทย วิชาเหล่านี้เป็นวิชาที่ผมนั่งเรียนแล้วเครียดจนตัวเย็นเลยครับ มันเครียดและยาก การบ้านเยอะ และที่สำคัญ มันเป็นวิชาหลัก ที่คิดหน่วยกิตมาก และส่งผลต่อผลการเรียนประจำเทอมอย่างมาก จำได้ว่ามาสเตอร์ (คำเรียกครูผู้ชาย) และมิส (คำเรียกครูผู้หญิง) ที่สอนวิชาสปช. กพอ. สลน. มักจะเป็นคนใจดี ยิ้มแย้ม เด็กๆ มักจะชอบไปเล่นด้วย เทียบกับวิชาที่เคร่งเครียดและยาก มาสเตอร์และมิส มักจะดุและโหด แน่นอนว่าตีเจ็บสุดๆ ด้วยครับ ถ้าใครไม่ส่งการบ้าน หรือสอบเก็บคะแนนแล้วทำได้ไม่ดี ก็ถูกเรียกมาตีหน้าชั้น มันจึงเป็นวิชาที่น่ากลัวจริงๆ และผมไม่อยากให้ชั่วโมงเรียนมาถึงเลย

พอเด็กรุ่นผมโตขึ้นมา เราก็ไม่ค่อยมีวิชาเรียนสนุกๆ แบบนั้นให้เรียนอีกแล้วครับ เมื่อเข้าสู่ชั้นมัธยม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชั้นมัธยมปลาย เราเหลือแต่วิชาที่ยากแสนสาหัส จำพวกคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ภาษาอังกฤษ แม้กระทั่งวิชาสังคมและภาษาไทย ยังยากโคตรๆ เลย ในแต่ละสัปดาห์ จะมีวิชาเรียนง่ายๆ เหลืออยู่เล็กน้อย อย่างเช่นพละ สุขศึกษา ศาสนา ที่จะผ่อนคลายความตึงเครียดจากการเรียนอย่างหนักได้บ้าง สำหรับเด็กมัธยมปลายสมัยนั้น พวกเรากำลังเครียดกับการเตรียมสอบเอนทรานส์ เราจึงพุ่งความสนใจและให้ความสำคัญไปกับวิชาที่ต้องใช้ในการสอบแข่งขันเท่านั้น ผมจำได้ว่าสมัยอยู่ ม.ปลาย เมื่อถึงชั่วโมงเรียนวิชาง่ายๆ อย่างสุขศึกษาหรือศาสนา ผมกับเพื่อนมักจะนำการบ้านจากวิชาที่ยากๆ อย่างคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ มาแอบนั่งทำกัน โดยไม่สนใจเรียนในวิชาเลย อาจารย์ก็พูดสอนไปหน้าชั้นไป พวกผมก็นั่งทำการบ้านวิชาอื่นไป

ในช่วงปลายเทอมสุดท้าย ก่อนการสอบปลายภาค และก่อนการสอบเอนทรานส์ ผมจำได้ว่า มีบางวันที่ตารางสอนส่วนใหญ่เป็นวิชาง่ายๆ อย่างสุขศึกษาหรือศาสนา ผมกับเพื่อนนัดกันโดดเรียนวันนั้นทั้งวันเลย เพื่ออยู่บ้านอ่านหนังสือเตรียมสอบเอนทรานส์ หรือแอบนัดกันไปที่โรงเรียนสอนพิเศษ เพื่อติววิชายากๆ ให้เข้มข้นขึ้น จำได้ว่าสมัยนั้น พวกเราไปที่ Math Center โรงเรียนสอนพิเศษเน้นวิชาคณิตศาสตร์ โดยอาจารย์ที่สอนเก่งมากๆ ชื่ออาจารย์ สกนธ์ ผ่องพุทธคุณ เขาสอนวิชาคณิตศาสตร์ได้ลึกซึ้ง และเหนือกว่าที่เราเรียนได้จากในชั้นเรียนจริงๆ นะครับ ไม่ได้โม้ ผมกับเพื่อนแอบหนีเรียนวันที่มีแต่วิชาง่ายๆ และไม่ได้ใช้ในการสอบแข่งขัน แล้วไปเอาวิดีโอเทปอัดการสอนคณิตศาสตร์ของเขา มานั่งดูกันอย่างเคร่งเครียด ในความคิดของเด็กๆ คิดว่าการสอบแข่งขันย่อมสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดในชีวิต

จนถึงทุกวันนี้ ผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ทำงานหาเลี้ยงชีพมา 10 ปีแล้ว และล่าสุดก็เพิ่งเรียนจบปริญญาโทมาหมาดๆ ผมกลับเริ่มมีความคิดแบบใหม่ ชีวิตที่ผ่านมา 30 กว่าปี ทำให้ผมค่อยๆ รู้สึกว่าจุดหมายของชีวิตมันไม่ได้มีแค่การเรียนเรื่องยากๆ เพื่อเอาไปแข่งขันนะครับ ตอนเด็กๆ ผมเคยเชื่อว่าชีวิตผมมาถึงจุดสูงสุดและประสบความสำเร็จแล้ว เมื่อสอบเอนทรานส์ได้ เด็กรุ่นผมส่วนใหญ่มักจะคิดแบบนี้ แล้วคุณรู้ไหม ว่าชีวิตของผมหลังจากสอบเอนท์ได้ หลังจากสอบแข่งขันเอาชนะคนอื่นมาได้ มันไม่ได้นำพาผมไปถึงไหนเลย จำได้ว่าเมื่อเข้าไปเรียนมหา'ลัยปีหนึ่ง ในเมื่อผมรู้สึกว่าสำเร็จแล้ว จบแล้ว ชีวิตการเรียนในมหา'ลัยจึงเป็นไปแบบไร้จุดหมาย ผมไปเรียนๆ เล่นๆ ส่วนใหญ่มักจะรอให้ถึงตอนเย็น เพื่อจะได้ไปนั่งกินเหล้ากับเพื่อน หรือไม่ก็ไปเดินช็อปปิ้ง ดูหนัง แค่นั้นเอง เมื่อเรียนจบออกมา จึงรู้ว่าแค่การสอบแข่งขันชนะ สิ่งที่คร่ำเคร่งเรียนมาทั้งจากมัธยมปลาย และจากมหา'ลัย มันมีความหมายน้อยเหลือเกิน เมื่อเทียบกับชีวิตทั้งชีวิต และสังคมรอบตัวที่ยิ่งใหญ่ จนเราเป็นแค่เศษเสี้ยวที่ไร้ความหมาย

ผมไม่ได้จะบอกว่าวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และวิชาบริหารธุรกิจ การเงินการธนาคาร เหล่านั้นไม่มีประโยชน์หรือไร้สาระนะครับ วิชาเหล่านั้นมีประโยชน์ มีสาระแน่นอน และนำไปใช้ได้ในงานลักษณะหนึ่งๆ แต่ผมกลับค่อยๆ รู้สึกว่า วิชาง่ายๆ ที่สมัยเด็กๆ เราเคยคิดว่ามันไร้คุณค่า ไม่ต้องให้ความสนใจ เรียนเล่นๆ เฮฮา เรียนเพื่อพักผ่อนจากวิชาอื่นๆ ที่ยากและสำคัญกว่า แอบเอาการบ้านวิชาอื่นมาทำ ฯลฯ อย่างวิชา กพอ. สลน. สปช. หรือแม้กระทั่งวิชา ศิลปะ พละ วิชาที่มาสเตอร์และมิสใจดี จนเรามักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเขา แกล้งเล่นอย่างไม่มีความเกรงใจหรือสัมมาคารวะ ทุกวันนี้มันกลายเป็นวิชาที่เราอยากรู้ อยากเรียน และรู้สึกเสียดายที่เราไม่ได้ตั้งใจเรียนมันมาเมื่อตอนที่มีโอกาส

ทุกวันนี้ผมกลับมาเริ่มต้นวาดภาพสีน้ำทุกอาทิตย์ พร้อมกับความคิดว่า ทำไมกูวาดไม่ได้เรื่องเลย ทำไมตอนเด็กๆ ไม่ตั้งใจเรียนวิชาศิลปะ ทุกวันนี้เวลาผมจะเขียนบทความที่ต้องยกเอาแนวความคิดหรือปรัชญาอะไรมาอ้างอิง ผมมักจะคิดไปว่าทำไมสมัยเรียนมหา'ลัย ปีหนึ่ง ผมไม่เคยตั้งใจเรียนวิชา General Philosophy และ Sociology เลย ทุกวันนี้เวลาผมจะเขียนสารคดีความรู้เกี่ยวกับประเทศต่างๆ ผมมักจะคิดไปว่าทำไมตอนเรียนมัธยม ผมถึงไม่เคยตั้งใจเรียนวิชาสังคมศาสตร์ แม้กระทั่งเรื่องในชีวิตประจำวัน กับข้าวผมก็ทำไม่เป็น หลอดไฟที่บ้านเสียผมก็เปลี่ยนไม่ได้ พอถึงวันปีใหม่หาซื้อของขวัญให้เพื่อน ยังต้องไปจ้างให้ร้านเขาห่อให้ เวลาเข้าห้องสมุดแล้วยังค้นหาหนังสือไม่ค่อยเป็นเลยครับ วันๆ นั่งตัวซีด ทำแต่งาน พิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เพราะไม่ได้ออกกำลังกาย

ผมเริ่มคิดว่าวิชาง่ายๆ สนุกๆ ที่เรามองข้ามสมัยเด็กนั้น มันคือความจริงของชีวิต มันคือการแนะนำให้เด็กๆ ได้เริ่มรู้จักกับการใช้ชีวิตที่งดงาม มันคือวิชาที่จะช่วยเติมเต็ม ความขาดพร่องของชีวิตในสังคมทุนนิยม บริโภคนิยม ที่ต้องแข่งขันกัน ต้องเร่งรีบกับทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ผ่านมาหลายสิบปีนั้น หลักสูตรการศึกษาของประเทศไทยเราดีมากนะครับ เรามีวิชาดีๆ ให้เด็กรุ่นผมเรียนมากมาย เรามีมานีมานะ ปิติชูใจ เรามีสปช. กพอ. สลน. มีวิชาห้องสมุด วิชาดูหนัง แต่ความผิดพลาดมันเกิดขึ้นในระดับโครงสร้างสังคมครับ ที่ทำให้คนทั้งสังคม หันไปให้ความสำคัญกับเรื่องบางเรื่อง และมันส่งผลต่อไปยังเด็กนักเรียน เด็กรุ่นผมเลยตั้งใจเรียนแต่วิชายากๆ ที่ต้องใช้ในการสอบแข่งขัน เสร็จแล้วในที่สุด เมื่อแก่ตัวลง เราจึงค่อยมาตระหนักว่าชีวิตเราขาดพร่องเหลือเกิน ทุกวันนี้ พวกเราจึงอยากกลับไปเข้าห้องเรียนวิชาสีน้ำ เข้าฟิตเนสให้ครูสอนออกกำลังกาย ไปร่วมงานสัมมนาวิชาการเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเมือง จริงๆ แล้วเรามีโอกาสได้เรียนมันมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ แต่เราไม่เคยสนใจ

...

5 comments:

Anonymous said...

จากสวยนอกซอย


วันๆ นั่งตัวซีด ทำแต่งาน พิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เพราะไม่ได้ออกกำลังกาย

พูดซะเห็นภาพเลยนะคุณพี่

grappa said...

ไม่เป็นไรหรอก
ผู้หญิงสมัยนี้ เขาเปลี่ยนหลอดไฟเองได้
ทำกับข้าวก็อร่อย

แถม ยังลกลังหนังสือหนักๆ ได้ด้วยนะ

grappa said...

ไม่เป็นไรหรอก
ผู้หญิงสมัยนี้ เขาเปลี่ยนหลอดไฟเองได้
ทำกับข้าวก็อร่อย

แถม ยังยกลังหนังสือหนักๆ ได้ด้วยนะ

คนชายขอบ said...

สปช. เป็นวิชาโปรดตอนประถมเลยค่ะ :D

The Carnivalesque said...

ตอนเด็ก ๆ ก็เรียนเหมือนกัน
ปิติ มานี มานะ ชูใจ แล้วก็ สปช. สลน. กพอ.
ได้เรียนสานปลาตะเพียน เรียนทำน้ำเต้าหู้ แล้วก็เรียนห่อปอเปี๊ยะด้วย อิอิ
โอ้ววว คนรุ่นเดียวกัน