Showing posts with label หนังสือ. Show all posts
Showing posts with label หนังสือ. Show all posts

Tuesday, January 29, 2008

ลิสต์หนังสือของเพื่อนๆ

...

ในทริปเดินทางไปเที่ยวภูพิมานรีสอร์ท อำเภอปากช่อง โคราช เมื่อช่วงวันสุดสัปดาห์ก่อน ผมกับเพื่อนมหาวิทยาลัยในสมัยเรียนปริญญาตรี ตอนนี้พวกเราอายุประมาณ 34-36 ปี มีอยู่ 4 คนนำหนังสือพอคเกตบุคติดตัวไปอ่านด้วย ความน่าสนใจอยู่ตรงที่หนังสือทั้ง 4 เล่มนั้น ล้วนเป็นหนังสือแนว self-help ทั้งสิ้น

หนังสือทั้ง 4 เล่มประกอบด้วย

1. ขอลิขิตชีวิตนี้ด้วยตัวเอง ลลนา เหมือนมาด สำนักพิมพ์ดีดี (http://www.welovebook.com/BookDet.php?bID=5209)
2. ชีวิตที่เคลื่อนไปด้วยวัตถุประสงค์ The Purpose Driven Life ริค วอร์เรน สำนักพิมพ์ Church Education and Development (CED) (http://www.booktrue.com/main/product_info.php?products_id=8)
3. ใครเอาเนยแข็งของฉันไป Who Moved My Cheese? สเปนเซอร์ จอห์นสัน สำนักพิมพ์อินสปายร์ (http://www.bookbunny.in.th/index.php?main_page=product_info&products_id=367)
4. SUPER RICHY It’s not easy to be me ตอน อุบัติการณ์มหัศจรรย์ กชนก โตธนายานนท์ (http://www.se-ed.com/eshop/Book/BookDetail.aspx?TypeMCode=BK&No=9789747489965)

พวกเราตั้งวงพูดคุยกันเรื่องชีวิต การงาน ความรัก ฯลฯ ซึ่งก็มักจะวนเวียนอยู่กับเนื้อหาที่เกี่ยวกับการพัฒนาตนเองและ self-help ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ถูกกล่าวถึงในวงสนทนาในทริปนี้ เช่น The Secret, สนทนากับพระเจ้า, หนังสือธรรมะของท่านพุทธทาส ฯลฯ เรื่อยไปถึงลัทธิความเชื่อต่างๆ อย่างเช่นพวกแลนด์มาร์คฟอรั่ม

แปลกดีที่พวกเราเกิดสนใจเรื่องการพัฒนาตนเองและ self-help ขึ้นมาพร้อมๆ กันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งๆ ที่เราไม่ได้เจอกันบ่อยนัก และไม่ได้ไปเที่ยวทริปต่างจังหวัดด้วยกันมานาน 3-4 ปีแล้ว พอมาเจอกันอีกที ก็มาพูดเรื่องเดียวกันเลย มันสะท้อนให้เห็นอะไรบ้างน่ะ?

ประเด็นนี้เอามาเขียนเป็นบทความในคอลัมน์ สุนทรียะแห่งความเหงา ติดตามอ่านได้ใน นิตยสาร GM กุมภาพันธ์ 2551

...

Sunday, December 30, 2007

Cyber Being 2

...

ปกของ Cyber Being เล่ม 2 ที่ทางซีเอ็ดฯ ส่งมาให้ดู ผมว่าปกเล่มแรกสวยกว่า เล่มสองนี่เหมือนเขารีบทำ รีบออก สุดท้ายก็เลือกอันที่สอง หนังสือวางตลาดเมื่อเดือนตุลาคม 2543 พอดีกับช่วงงานสัปดาห์หนังสือปลายปี












...

Saturday, December 29, 2007

Cyber Being ผมคือไซเบอร์

...

ช่วงวันเทศกาลปีใหม่ของปี 2543 หนังสือ ผมคือไซเบอร์ ออกวางตลาดเป็นครั้งแรก เมื่อตอนบ่ายวันนี้ ก่อนจะเข้าสู่วันปีใหม่ของปี 2551 ระหว่างที่ผมนั่งค้นรูปเก่าๆ ที่เก็บไว้ในฮาร์ดดิสค์ แล้วก็เจอรูปพวกนี้ เลยก็อปเอามาให้ดูกันเพื่อรำลึกความหลัง 8 ปีพอดีเป๊ะๆ นี่คือไฟล์ปกที่สำนักพิมพ์ซีเอ็ดฯ ทำแล้วส่งมาให้ดู สรุปคือเลือกอันสุดท้าย










...

Monday, November 13, 2006

แนะนำหนังสือ "ถนนพระอาทิตย์"

...

ต้องเอาชื่อของนักเขียนชื่อดังแค่ไหน มาแปะไว้ที่หน้าปกหนังสือเล่มนี้
คุณถึงจะยอมรับ ว่ามันคือหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ดีที่สุด ในรอบปีที่ผ่านมา

(กรุณากดคลิ๊กที่รูป เพื่อให้แสดงผลสมบูรณ์)


...

Sunday, October 29, 2006

What I've Learned

...

1. คนสมัยนี้สมาธิสั้นลง และไม่ค่อยทนให้ความสนใจกับอะไรได้นานๆ
2. ระบบความคิดของผู้คน เปลี่ยนไปเป็นแบบรวบรัด เร่งรีบ ตัดทอน ตัดแบ่งเป็นห้วงๆ สรุปๆ ให้ง่าย สั้น กระชับ
3. เห็นได้ชัด จากศิลปะแขนงต่างๆ ในสมัยนี้ ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวบรัด ตัดทอน ไร้ความสละสลวย ทั้งหนัง เพลง วรรณกรรม ฯลฯ
4. ในวงการวรรณกรรม แม้ผู้เขียน ตั้งใจจะเขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราว ที่ต้องร้อยเรียงความคิดอย่างดี ก็จะถูกอ่านแบบข้ามๆ โดยผู้อ่านอยู่ดี
5. ไม่น่าแปลกใจที่วรรณกรรมไทยดีๆ ค่อยๆ มีจำนวนน้อยลง แม้กระทั่งหนังสือรวมเรื่องสั้น ก็มีน้อยเหลือเกิน เทียบกับหนังสืออื่นๆ บนแผง
6. การเขียนแบบใหม่ คือการเขียนแบบสั้นๆ แบ่งเป็นห้วงๆ หรือเป็นข้อ ได้ถือกำเนิดขึ้น และมาทดแทนการเขียนแบบเก่า
7. ในยุคที่ไม่มีใครสนใจหรือตั้งใจจะอ่านอะไร ผู้เขียนเองก็รู้ดี ก็เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องตั้งใจเขียนอะไร ให้ยาว ให้สละสลวย ให้เรียงร้อยความคิด
8. การเขียนแบบใหม่นี้ ถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวาง เริ่มแพร่หลายจากวงการนิตยสาร
9. เช่น 10 เมืองที่ต้องไปเที่ยวให้ได้ก่อนตาย, 59 คำที่ผู้หญิงพูดหลังถึงจุดสุดยอด, 7 เคล็ดลับกระชับสะโพกและพุงเผละๆ , 100 หนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน, ฯลฯ
10. คนทำนิตยสาร ไม่กล้าเรียกร้องความตั้งใจจากคนอ่าน เขาจึงต้องเขียนอะไรสั้นๆ ง่ายๆ แบ่งเป็นข้อๆ รวบรัด สรุปจบ
11. แม้กระทั่งเรื่องบทเรียนชีวิตทั้งชีวิต ของมนุษย์สักคน ยังถูกสรุปแบบรวบรัด ตัดทอน ให้กลายข้อๆ สั้นๆ ความยาวเนื้อหาทั้งหมดเพียง 2 หน้ากระดาษได้
12. การตัดแบ่งเป็นการเขียนออกเป็นห้วงๆ หรือข้อๆ ได้ทำลายรายละเอียด ความซับซ้อน ความต่อเนื่อง ของสาระที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ
13. คงเหลืออยู่แต่สาระที่ขาดวิ่นเป็นห้วงๆ
14. เปรียบได้กับระบบจำนวนในวิชาคณิตศาสตร์ ระบบจำนวนจริง (Real Number) สามารถครอบคลุมแนวความคิดเกี่ยวกับจำนวน และจำนวนตัวเลขชนิดต่างๆ ได้ทั้งหมด ทั้งตรรกยะ อตรรกยะ จำนวนนับ เศษส่วน ศูนย์ ติดลบ ฯลฯ
15. จำนวนนับ (Count Number) เป็นเพียงแค่ซับเซต (Sub-set) ที่เล็กนิดเดียว ในระบบจำนวนจริงที่กว้างใหญ่ จำนวนนับไม่สามารถแทนแนวความคิดเกี่ยวกับจำนวนได้ทั้งหมด
16. การเขียนเรื่องราวชีวิตของคน แบบเป็นข้อๆ ก็คือการตัดแบ่งเรื่องราวชีวิตเขาออกเป็นห้วงๆ เหมือนกับตัวเลขจำนวนนับ
17. บางคนเชื่อว่าการเขียนเรื่องราวชีวิตแบบเป็นห้วงๆ นี้ แสดงให้เห็นถึงการตกผลึกของชีวิต
18. ผมว่าจริงๆ แล้ว มันแสดงให้เห็นว่าคนเราสมาธิสั้นลง และไม่ค่อยทนให้ความสนใจกับอะไรได้นานๆ มากกว่า
19. ทั้ง 18 ข้อข้างบนนั่น คือ What I've Learned สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการทำงานเขียน

...

Thursday, October 26, 2006

จีบสาวต้องเข้าท่า

...

วันนี้ไปงานหนังสือมาอีกแล้ว เพราะที่ออฟฟิศเขาอยากได้ต้นฉบับบทความแนะนำหนังสือ ที่ออกใหม่ในช่วงงานคราวนี้ และที่น่าสนใจที่สุด 10 เล่ม ผมเดินไปเดินมากับน้องที่ออฟฟิศอยู่หลายชั่วโมง เลือกหนังสือเจ๋งๆ ดู thoughtๆ มาได้จำนวนหนึ่งแล้ว จนมาถึงบูธของสำนักพิมพ์สร้างสรรค์-วิชาการ สะดุดตากับมุมหนังสือเก่าที่เขาเอามาลดราคา เหลือแค่เล่มละ 20 บาท และก็ไปเจอหนังสือชื่อว่า "จีบสาวต้องเข้าท่า" ความหลังเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ก็พร่างพรูเข้ามาในหัวทันที

ผมเคยเห็นหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกเมื่อตอนอยู่ม.4 สาเหตุที่จำช่วงเวลาได้แม่น ก็เพราะมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนอยู่คนหนึ่ง เขาเอาเล่มนี้มาให้เพื่อนๆ ในห้องเราได้มุงอ่านกัน คุณต้องเข้าใจนะ ว่าเด็กม.4 สมัยก่อน เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ยังไม่แก่แดดแก่ลมเท่ากับเด็กสมัยนี้หรอก และยิ่งโรงเรียนของผมเป็นโรงเรียนชายล้วนด้วยแล้ว เด็กม.4 ในโรงเรียนชายล้วน ส่วนใหญ่จะขี้อายในเรื่องผู้หญิงกัน เลิกเรียนก็เกาะกลุ่มกันไปเตะบอล เดินกอดคอกันส่งเสียงเอะอะแถวป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน ที่เรียบร้อยหน่อยก็ซื้อการ์ตูนมานั่งอ่าน หรือไม่ก็เป็นแบบพวกผม คืออ่านหนังสือเตรียมสอบเอนทรานส์ มีเด็กรุ่นเราเพียงส่วนน้อยที่กล้าวิ่งไปจีบเด็กนักเรียนหญิงในโรงเรียนข้างเคียง ดังนั้นเมื่อมีหนังสือเล่มนี้มาอยู่ในห้องเรียนของพวกเรา มันจึงเป็นการเปิดโลกทัศน์ครั้งสำคัญให้กับพวกเรา จำได้ว่าความรู้สึกของเด็กๆ ในตอนนั้น เนื้อหาภายในของมันน่าตื่นเต้นมากครับ

อีกไม่กี่วันหลังจากนั้น ระหว่างที่พวกเรากำลังเรียนวิชาอะไรสักอย่างกันอยู่ อย่างเคร่งเครียด มาสเตอร์ที่ยืนสอนอยู่หน้าชั้น ก็ตวาดเรียกเพื่อนคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่หลังห้อง ว่าเฮ้! นายนั่นกำลังทำอะไรอยู่ ก้มหน้าอ่านอะไรใต้โต๊ะ เพื่อนคนนี้ลุกขึ้นมาแล้วยิ้มแหยๆ ชูหนังสือจีบสาวต้องเข้าท่าขึ้นมา มาสเตอร์เรียกเขาออกมาหน้าชั้น ถามว่านี่มันหนังสืออะไรของเธอเนี่ยะ เป็นเด็กเป็นเล็ก หัดอ่านหนังสือแบบนี้แล้วเหรอ แล้วยึดหนังสือเล่มนี้ไป ผมจำได้แค่ว่าพวกเราในห้องตกใจ และรู้สึกเสียใจ เสียดายหนังสือเล่มนี้กันมาก ทุกคนต่างประนามเพื่อน ว่ามันจะเอาขึ้นมาอ่านในชั่วโมงเรียนทำไม เพราะว่าคนอื่นๆ ยังอ่านกันไม่จบเลย

หลังจากนั้นมาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี ทุกครั้งที่ผมไปเดินงานสัปดาห์หนังสือ เมื่อเดินผ่านหน้าบูธของสำนักพิมพ์สร้างสรรค์-วิชาการ คุณเชื่อไหม ว่าผมจะเห็นหนังสือจีบสาวต้องเข้าท่า วางขายอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่าประจำบูธนี้ทุกครั้ง มันถูกวางเคียงคู่อยู่กับหนังสือแนวฮาวทูเล่มอื่นๆ อีกมากมาย และในบางครั้ง มันถูกวางอยู่คู่กับหนังสือแนวฮาวทูและจิตวิทยา ของหลวงวิจิตรวาทการ บางครั้งก็วางอยู่คู่กับหนังสือ "เพื่อนยาก" ของจอห์น สไตน์เบค และ "เฒ่าผจญทะเล" ของเออร์เนสต์ เฮมิ่งเวย์ ด้วยซ้ำไป เพราะเป็นหนังสือของสำนักพิมพ์เดียวกัน

วันนี้ผมเพิ่งควักกระเป๋า 20 บาท ซื้อหนังสือเล่มนี้มาเป็นเจ้าของเสียที มันกลายเป็นหนังสือเก่าๆ ที่เอามากองๆ ขาย แบบทุกเล่ม 20 บาท ผมรู้สึกลังเลและเขินๆ นิดหน่อย เวลาเอามันไปจ่ายตังค์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ อ่านรายละเอียดบนหน้าปก ระบุว่ามันพิมพ์เป็นครั้งที่ 6 แล้วนะครับ และเมื่อกลับมาถึงบ้าน ลองเปิดค้นข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ดู ด้วยชื่อภาษาอังกฤษของมัน How to Pick Up Girls! โดย Eric Weber ก็พบว่ามันเป็นหนังสือแนวฮาวทูระดับคลาสสิคครับ ได้รับการกล่าวถึงอย่างมาก และมีชื่อเสียงมาตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 70 เลยทีเดียว ถึงแม้ว่านักวิจารณ์หนังสือส่วนใหญ่ และคนส่วนใหญ่ มักจะไม่ค่อยชอบหนังสือแนวฮาวทู และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังสือฮาวทูที่สอนเรื่องก๊อกๆ แก๊กๆ ไร้สาระอย่างเล่มนี้ก็ตาม แต่อย่างน้อย ผมว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หนังสือแนวฮาวทูเลยนะครับ ล่าสุด Eric Weber ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ได้เอาหนังสือมันมารีไรต์ใหม่ และออกหนังสือใหม่ว่า How to Pick Up Girls! 2000 ให้ดูทันยุคทันสมัยไปกันโน่นเลย

เสียดายที่บทความแนะนำหนังสือ 10 เล่ม ที่กำลังจะต้องรีบเขียนส่งเขาไปนั้น เขาระบุมาว่าจะเอาแต่หนังสือใหม่ ที่เพิ่งตีพิมพ์ออกมาในช่วงงานหนังสือคราวนี้ ไม่งั้นนะ หนังสือ "จีบสาวต้องเข้าท่า" ในราคาเล่มละเพียง 20 บาท อาจจะได้รับการพิจารณาให้รวมอยู่ด้วยก็ได้

...

Tuesday, October 24, 2006

เร่เข้ามา ... เร่เข้ามา

...

รูปที่ถ่ายมาให้ดู เป็นบูธ W16 โซนเอเทรียม ของเพื่อนที่เล่าให้ฟังเมื่อวันก่อนไงครับ ที่เห็นว่ามีลูกค้ามายืนกันเต็มหน้าร้านแบบนี้ เพราะหนังสือที่เขาเลือกมาวางน่าสนใจทั้งนั้นนะครับ เขาไม่ได้ใช้โทรโข่งตะโกนขายหนังสือ ไม่มีพนักงานออกมาเกะกะหน้าบูธ และไม่มีโปรโมชั่นแจกสบู่ยาสีฟันอะไร มากไปกว่าลดราคาหนังสือ ปกละ 15-20% หนังสือส่วนใหญ่ก็เป็นของสำนักพิมพ์เขาเอง และของเพื่อนฝูงกัน เอามาฝากขาย มีโปสการ์ดภาพถ่ายสวยๆ ราคาถูกด้วย ช่วยไปอุดหนุนกันด้วยนะครับ


...