Thursday, August 23, 2007

And Deep Throat to you all

...

ในที่สุดผมก็ได้ดูหนังที่อยากดูมานานนนนน...แสนนาน Deep Throat หนังโป๊ในตำนาน ที่ผู้ชายอายุ 30 กว่าๆ แบบผม น่าจะเติบโตมาพร้อมกับการได้ยินชื่อเสียงและเรื่องราวของมันมาจนคุ้นเคย จริงๆ สมัยก่อนเราไม่ค่อยเรียกหนังแบบนี้ว่าหนังโป๊นะ เราติดปากเรียกว่า "หนังเอ็กซ์" มากกว่า เพราะการจัดเรทหนังของอเมริกาสมัยนั้น เขาเรียกหนังโป๊แบบนี้ว่าเรท X ไม่ใช่เรท NC-17 แบบทุกวันนี้ หนังเอ็กซ์สมัยก่อนอยู่ในรูปแบบม้วนวิดีโอเท่านั้น เพราะยังไม่มีคอมพิวเตอร์ ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต และยังไม่มีแผ่นซีดีเลยด้วยซ้ำไป สมัยนั้นจึงยังไม่มีวัฒนธรรมการดาวน์โหลดบิททอร์เรนท์ และยังไม่มีการไรท์แผ่นหนังแจกเพื่อน ถ้าจะดูหนังก็ต้องไปเช่าจากร้านวิดีโอทั่วไป ซึ่งร้านวิดีโอสมัยก่อนไม่เหมือนกับพวกร้านเชนสโตร์แบบทซึทาย่าหรือร้านบล็อคบัสเตอร์แบบทุกวันนี้ มันเป็นร้านเล็กๆ เจ้าของคนเดียว และไม่มีสาขาเยอะๆ หนังที่มีให้เช่าส่วนใหญ่เป็นพวกหนังซูมจากโรงที่คุณภาพห่วยๆ หนังจีนชุด และหนังฝรั่งของค่ายซีวีดี ซึ่งถ้าคุณสนิทกับเจ้าของร้านมากพอ คุณก็จะเข้าไปที่หลังร้านของเขาที่มีกองหนังเอ็กซ์ให้เช่าได้ สำหรับผมเองตอนนั้นยังเด็กมาก อายุ 10 กว่าขวบ และก็ขี้อายมากเกินกว่าจะไปขอเช่าหนังเอ็กซ์จากร้านเขา แหล่งที่เด็กอย่างผมจะหาหนังเอ็กซ์ดูได้ในสมัยนั้น คือการขอยืมจากเพื่อน เพราะเพื่อนบางคนมันกล้าพอจะไปเช่า หรือบางคนก็แอบเอามาจากพ่อแม่ แล้วเอามาแบ่งให้เพื่อนยืมดู การเข้าถึงหนังโป๊สมัยก่อนจึงเป็นเรื่องที่ยากมากจริงๆ ถ้าได้ยืมจากเพื่อนมาม้วนนึง จะต้องแอบซุกในกระเป๋านักเรียนให้ลึกที่สุด กลัวโดนครูจับได้ และพอกลับบ้านก็ต้องหาที่ซ่อนให้มิดชิด ต้องรอเวลาที่พ่อแม่เผลอเท่านั้น ถึงจะเปิดดูได้ ดูเสร็จก็ต้องรีบเอากลับไปคืนเพื่อนอีก ซึ่งความยากเย็นเหล่านี้ก็ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น ให้เด็กผู้ชายรุ่นผมยิ่งอยากดูมากขึ้นไปอีก

แต่พอได้ดูแล้วก็ผิดหวังครับ นี่หรือหนังในตำนานที่อยากดูมานานแสนนาน

--- คำเตือน ภาพติดเรทครับ ---


1. ฉากเปิดเรื่องที่คงจะประทับใจอเมริกันชนจำนวนมาก มันถูกนำมาใช้เตือนความจำอีกครั้ง ในหนังสารคดีเรื่อง Inside Deep Throat


2. นี่คือนางเอก ลินดา เลิฟเลซ พอเห็นเธอแล้ว คุณคงพอจะเข้าใจแล้วใช่ไหม ว่าทำไมพอผมดูหนังเรื่องนี้แล้วถึงรู้สึกผิดหวัง ฉากนี้เธอกำลังคุยกับเพื่อน ปรึกษาว่าเธอไม่เคยถึงจุดสุดยอดระหว่างมีเซ็กส์เลย เพื่อนเลยแนะนำให้ไปหาหมอ (เพื่อนเธอหน้าตาน่ากลัวกว่าเธออีกครับ)

3. หลังจากจับตรวจภายในแล้ว หมอก็แปลกใจว่าทำไมเธอไม่มีคลิตอริส เลยถามว่าเวลามีเซ็กส์ ตรงจุดไหนในร่างกายที่ทำให้เธอรู้สึกเสียวได้บ้าง เธอชี้ไปที่คอ แล้วหมอก็เลยบอกให้เธออ้าปาก เพื่อตรวจลำคอของเธออย่างละเอียด หมอให้คำแนะนำ ว่าเธอจะถึงจุดสุดยอดได้ด้วยการทำออรัลเซ็กส์ โดยต้องพยายามเอ่อ ... คือ ... อธิบายไงดีนะ? เอ่อ ... ก็เอาเข้าไปให้ลึกที่สุดน่ะครับ นี่จึงกลายเป็นที่มาของชื่อหนังเรื่องนี้ว่า Deep Throat

4. แต่เธอบอกหมอว่าถ้า เอ่อ ... คือ ... อธิบายไงดีนะ? ... คือว่าถ้าเข้าไปลึกมากแล้วเธอจะคลื่นไส้น่ะครับ หมอเลยแนะนำให้เธอฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อลำคอ แล้วก็ให้เธอทดลองฝึกปฏิบัติจริงครั้งแรกกับตัวหมอเองเลย (หมอคนนี้ใจดีมาก) ฉากนี้ผมพยายามคร็อปภาพอยู่นาน กว่าจะได้ภาพออกมาพอดีจังหวะแบบนี้ มันเป็นการตัดภาพสลับไปมาฉึบฉับ ระหว่างภาพการออรัลเซ็กส์กับภาพการปล่อยยานอวกาศของนาซ่า

5. หลังจากดูไปได้สักพัก ผมก็กดปุ่มฟอร์เวิร์ดไป เพื่อให้หนังมันจบๆ เสียที พอดีมาเจอหน้าดาราสาวคนนี้เลยหยุดดูสักพัก เธอสวยที่สุดในเรื่องครับ จริงๆ แล้วน่าจะได้เล่นเป็นนางเอกเลยดีกว่า หลังจากที่ดูจบแล้ว ก็เลยไปค้นข้อมูลในเว็บ http://www.imdb.com/ แล้วพบว่าเธอชื่อ แคโรล คอนเนอร์ พออ่านประวัติแล้วทึ่งมาก เธอเป็นแม่ของ ธอร่า เบิร์ช ที่เล่นหนังเรื่อง American Beauty นั่นเอง

หลังจากนั้นก็กดปุ่มฟอร์เวิร์ดไปเรื่อยๆ หนังจบด้วยภาพ ลินดา เลิฟเลซ นอนอ้าปากกว้างๆ และขึ้นตัวอักษรว่า The End. And Deep Throat to you all. เป็นการปิดฉากความอยากรู้อยากเห็นอันยาวนาน 30 ปีของผม ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีนะ

มีข้อมูลเพิ่มเติมเล็กน้อย ว่าหลังจากเล่นหนังเรื่องนี้แล้ว ลินดา เลิฟเลซ กลายเป็นดาราหนังโป๊ที่ฮอตที่สุดของยุค 70-80 แต่หลังจากที่เธอเลิกอาชีพเล่นหนังโป๊ไป เธอก็เขียนหนังสืออัตชีวประวัติ และเปิดโปงวงการหนังโป๊ในยุคนั้น ว่าเต็มไปด้วยการกดขี่และกระทำทารุณกับดาราผู้หญิง เธอระบุว่าถูกสามีทุบตีบังคับให้มาเล่นหนังแบบนี้ และระหว่างการแสดงหนัง Deep Throat เธอถูกปืนจ่อหัวอยู่ ถ้าสังเกตดูภาพในหนังให้ดีๆ จะเห็นรอยเขียวช้ำบนเนื้อตัวของเธอ ฟังดูแล้วน่ากลัวมากครับ ภาพในหนังดูน่ากลัวและเซ็กส์หดขนาดนี้ พอมาฟังเรื่องเล่าจากปากนักแสดง ก็ยิ่งน่ากลัวและเซ็กส์หดมากขึ้นไปอีก

...

3 comments:

yodmanud^ying said...

ฮ่าๆ ขำดีอ่ะ

wichiter said...

เจ๋งดีพี่ ^_^
เอาอีกๆ

yuttipung said...

ไม่น่าเชื่อว่าหนังเรื่องนี้ทำเงินถึง 500 ล้านอย่างไม่เป็นทางการ