Tuesday, December 05, 2006

วันพ่อ

...


1. ผมเรียกพ่อว่า "ป๊า" ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม อาจจะเป็นธรรมเนียมของคนจีนแต้จิ๋ว ตั้งแต่จำความได้ ผมก็ถูกสอนให้เรียกว่าป๊า ป๊าหน้าเหมือนผมนี่แหละ แต่แก่กว่า และหวีผมเสยเหมือนโจวเหวินฟะ ในเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ หวีทรงนี้ทรงเดียวตลอดชีวิต ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน อาจจะเป็นทรงที่นิยมตั้งแต่ป๊าเป็นหนุ่ม


2. บ้านเก่าที่ผมเกิดและเติบโต บ้านเลขที่ 436/34 เป็นตึกแถวสามชั้น อยู่ในตลาดหน้าโรงหนังศรีย่าน เปิดเป็นร้านขายเส้นก๊วยเตี๋ยวดิบ สำหรับส่งให้ร้านอาหารในละแวกโรงหนังศรีย่านแทบทุกร้าน และได้ขยายวงออกไปตามแนวถนนสามเสน ตั้งแต่บางกระบือ ถึงโรงพยาบาลวชิระ โดยใช้รถแวนเก่าๆ ยี่ห้อ Dutsun ขับไปส่ง


3. เส้นใหญ่ที่เรากินกันประจำ มันไม่ได้มีรูปแบบเป็นเส้นๆ อยู่แล้วนะ ตอนเริ่มแรกที่ออกจากโรงงาน มันเป็นแผ่นแป้งสี่เหลี่ยมบางๆ ทาน้ำมันพืช แล้วซ้อนทับกันอยู่ในลังเหล็กขนาดใหญ่ ป๊าต้องยกแผ่นแป้งขึ้นมาทีละปึก แล้วใช้มีดอีโต้เล่มใหญ่ หั่นให้เป็นเส้น มีหลายขนาด ถ้าต้องการเอาไปผัด ก็หั่นให้ใหญ่หน่อย ถ้าเอาไปทำก๊วยเตี๋ยวน้ำใส ก็หั่นให้เล็กหน่อย


4. ถั่วงอกเวลาออกจากโรงงาน ก็มาในเข่งไม้ไผ่ขนาดใหญ่ โดยยังไม่ได้คัดแยกเอาเปลือกถั่วออกไป ป๊าต้องเอามาร่อนด้วยตะแกรงไม้ไผ่สาน ให้เปลือกถั่วหล่นลงข้างล่าง เหลือแต่เส้นถั่วงอกขาวๆ น่ากิน ค่อยนำไปบรรจุใส่ถุงกระดาษ การร่อนถั่วงอกถือเป็นงานหนักที่สุดของบ้านเรา


5. นอกจากเส้นใหญ่แล้ว ยังมีเส้นเล็กที่ไม่ต้องไปทำอะไรกับมัน แค่จับแยกชั่งตามน้ำหนัก เส้นหมี่มาแบบแห้งๆ กึ่งสำเร็จรูป ส่วนใหญ่เป็นยี่ห้อกิเลนคู่เหยียบลูกโลก บะหมี่ก็มาแบบกึ่งสำเร็จรูป น้ำปลายี่ห้อไม่ค่อยดีเท่าไร ขวดละ 3-4 บาทเอง พริกน้ำส้มก็มีขาย มาเป็นไหขนาดใหญ่ ยี่ห้อตรามือที่หนึ่ง เวลาขายก็ตักแบ่งใส่ถุงพลาสติก มีปลาหมึกแช่ด่างด้วย สำหรับร้านก๊วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ เรียกได้ว่า ถ้าคุณเปิดร้านก๊วยเตี๋ยว ไม่ว่าจะเป็นก๊วยเตี๋ยวแบบไหน เราก็มีวัตถุดิบซัพพลายให้คุณได้อย่างครบวงจร

...

6 comments:

grappa said...

พ่อ จขบ.ได้อ่านบล็อกนี้ไหม
รูปประกอบเรื่องคราวนี้น่ารักมากมาย ^O^

buiberry said...

เป็นเรื่องที่น่ารักมาก รูปก็เข้ากัน ผมอินกับเรื่องแบบนี้มาก

เรื่องของป๊าที่ทำงานหนักเพื่อลูกๆ เรื่องของผู้ชายที่อดทนเพื่อครอบครัว ที่บ้านผมไม่ได้มีฐานะอะไร แต่ก็มีลักษณะคล้ายๆ กัน
ที่พ่อแม่ต้องทำงานหนักมาตลอดชีวิตเพื่อลูกๆ

ผมเองก็เรียกพ่อว่า "ป๊า"เหมือนกัน ไม่เคยเรียกด้วยคำอื่นเลย ส่วนแม่ก็เรียกว่า "หมะ" คล้ายๆ กับ "ม๊า" ลูกจีนที่ใต้จะเรียกพ่อกับแม่ด้วยคำเรียกแบบนี้ทั้งนั้น

สุขสันต์วันพ่อนะครับ ไม่รู้ว่าผมจะมีปัญญาเป็นพ่อคนหรือเปล่า ทุกวันนี้พยายามจะเอาตัวเองให้รอดเพื่อที่ป๊ากับหมะจะได้ภูมิใจ

:) ขอกลับไปอ่านเรื่อง "วันพ่อ" นี้อีกรอบนะครับพี่

yodmanud^ying said...

น่ารักดี แต่กำลังอ่านเพลินๆก็จบเอาดื้อๆ

มาเขียนต่อได้ไม๊?

Comment No. 8 said...

อืม น่ารักจิงๆ

แล้วที่จบกันแบบนี้นี่กะว่าให้คนอ่านจินตนาการความรู้สึกที่มีต่อพ่อตามแบบฉบับของตัวเองเอาเองเลย เหมือนกับที่ จขบ. แสดงได้จากภาพที่วาดนี้น่ะฮึ

ใบตำลึง said...

ผมว่าพ่อทุกคนทำงานหนักทั้งนั้น ถ้าไม่มีมรดกจากปู่
แต่ถ้าพ่อพี่มาเกิดในยุคนี้อาจไม่ได้เป้นเจ้าของธุรกิจ Sme บางทีอาจจะต้องยืนตัดเส้นก๋วยเตี๋ยวอยู่ในแมคโคร หรือโลตัส
เพราะสมัยนี้เขาเน้นการกินรวบ กินไม่แบ่ง ทุนใหญ่กินทุนเล็กให้ล่มจมกันไปข้าง ก็ขนาดรัฐบาลยังคิดจะเปลี่ยนจากสลากกินแบ่งเป็นสลากกินรวบเลย เดี๋ยวนี้แม่ค้าในตลาดแถวบ้านหลายเจ้าจึงเลิกค้าขายสินค้าอุบโภค บริโภค หันมาเปิดแผงขายหวย กับขายแผ่นซีดีเถื่อนกันหมด ไม่แน่วันหนึ่งผมอาจได้ซื้อหวยแถมก๋วยเตี๋ยวก็เป็นได้

Anonymous said...

ป๋าป๋า เก่งนะ น่าภูมิใจจัง แถมยังหล่ออีกด้วย ขอให้พ่อและครอบครัวมีความสุขนะค่ะ