Showing posts with label อาหาร. Show all posts
Showing posts with label อาหาร. Show all posts

Friday, September 21, 2007

ขนมไหว้พระจันทร์

...

ชอบกินขนมไหว้พระจันทร์ไส้อะไรกันบ้างนะครับ ผมชอบไส้โหงวยิ้งที่สุด ที่ข้างในมันจะมีถั่วหลายๆ อย่าง เช่น อัลมอนด์ เม็ดก๊วยจี๊ และก็มีหมูแฮมจีน มันหมู ฟักเชื่อม คอยเป็นตัวประสานเมล็ดถั่วให้เกาะเป็นก้อน ผมชอบกินไส้นี้เพราะรู้ว่าเท็กซ์เจอร์ของขนมมันซับซ้อนที่สุด เคี้ยวเข้าไปแต่ละคำ มันมีกรอบ นิ่ม หวาน เค็ม มัน และให้ความรู้สึกขรุขระลิ้นดี วันก่อนผมหยิบขนมไหว้พระจันทร์ไส้นี้เข้าปาก มีผู้หญิงคนหนึ่งทำหน้าแบบสะอิดสะเอียน ไม่รู้ทำไม สงสัยว่าเขาชอบกินพวกไส้ทุเรียน หรือไส้ลูกบัว ที่ผิวไส้มันเรียบๆ มากกว่า


ขนมเปี๊ยะชนิดนี้กินมาตั้งแต่เด็กๆ ผิวนอกกรอบๆ ร่วนๆ แห้งๆ และหอมงาขาว ส่วนเนื้อไส้ข้างในทำจากถั่วกวนผสมกับฟักเชื่อม มีใส่เปลือกส้มแห้งเข้าไปด้วย ทำให้เวลากัดเข้าไปแล้ว ได้รสชาติทุกอย่างพร้อมๆ กัน และมีกลิ่นหอมซ่าๆ ของเปลือกส้มแตะจมูก ผมกินมาตั้งแต่เด็ก แต่จนทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่ามันมีชื่อเรียกว่าอะไร ไม่ได้ชื่อว่า อื๊อเล่งเฮง นะครับ นั่นชื่อร้านขนมที่ทำขาย

...

Sunday, July 22, 2007

ซอสมะเขือเทศ

...

พักหลังๆ มานี้ผมค่อนข้างขี้เกียจอัพบล็อก เพราะหมดแรงและไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจอะไรใหม่ๆ แต่วันนี้เจอเจ้าสิ่งนี้เข้าตอนเก้าโมงเช้า เลยอดรนทนไม่ไหว คว้ากล้องขึ้นมาถ่าย แล้วมาบ่นให้ฟังกันสักหน่อย ไม่ได้ชอบเขียนวิจารณ์ร้านอาหารนะครับ แต่อยากเขียนวิจารณ์สังคมมากกว่า ดูซอสมะเขือเทศสมัยนี้สิ ว่ามันประกอบด้วยอะไรบ้าง

(คลิกเพื่อดูรูปขยาย)

มะเขือเทศบดเข้มข้น 18% น้ำตาล 17% น้ำส้มสายชูกลั่น 6% น้ำเชื่อมกลูโคส 4% เกลือ 2% ยังดีที่ไม่ใช้วัตถุกันเสีย แต่เอ๊ะ! ... บวกๆ กันแล้วมัน 47% เองนี่ แล้วอีกมากกว่า 50% ที่เหลือมันคืออะไร? ซอสมะเขือเทศที่แทบจะไม่มีส่วนผสมที่เป็นมะเขือเทศ ทุกวันนี้เราจ่ายเงินร้อยกว่าบาทต่อมื้อ เพื่อซื้ออะไรมากินกันแน่

...

Tuesday, February 27, 2007

การข้ามผ่านวันเสาร์อาทิตย์

...

1. วาดสีน้ำ คราวนี้ลองวาดแบบ 2 สีดูบ้าง โดยใช้ภาพทะเลแบบเดิมที่เคยวาดด้วยสีฟ้าเพียงสีเดียว มาเพิ่มสีเหลืองเข้าไป โดยการละเลงกระดาษให้เปียกน้ำเป็นแนวลายเมฆและพื้นน้ำ หลังจากนั้นก็ลงสีเหลืองไปก่อน ปล่อยให้มันซึมและแพร่ไปเรื่อยๆ จนหยุด เอาพัดลมมาเป่าให้แห้ง แล้วค่อยเอาน้ำมาละเลงบนพื้นที่กระดาษที่เหลือ แล้วเอาสีฟ้ามาลงทับไป มีบางส่วนที่แพร่ซึมไปถึงสีเหลือง ทับกันไปทับกันมา ก็ให้สีและพื้นผิวที่ดูแปลกตาดีเหมือนกัน



2. ทำบราวนี่ คราวนี้มีวัตถุดิบใหม่เพิ่มขึ้นมา คือบังเอิญเปิดตู้เย็นไปเจอเจ้าท็อฟฟี่เค้กกล่องนี้เข้า เลยเกิดไอเดียว่าถ้าลองเอามาผสมกับส่วนผสมเดิมๆ อย่างที่เคยใช้มาเมื่อคราวก่อนๆ คือผงโกโก้ โอวัลตินไวท์มอลต์ เนยเค็ม และโฮลวีตแครกเกอร์ มันอาจจะทำให้ได้บราวนี่ที่เหมือนบราวนี่มากขึ้น ผลออกมาคือก็ไม่ค่อยต่างเท่าไรครับ ยังไม่ค่อยอร่อยเหมือนเดิม

+

+

=


...

Sunday, February 11, 2007

บราวนี่-เบเกอรี่ยามบ่ายวันอาทิตย์

...

หลังจากที่ผมพยายามทำคุ้กกี้มาหลายต่อหลายรอบ แล้วไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไร ส่วนใหญ่กินไม่ได้เลยครับ คือบางครั้งก็แห้งแข็ง บางครั้งก็ร่วนเป็นเศษๆ มีอยู่ไม่กี่ครั้งที่พอกินได้ มันก็มีสภาพเหมือนซอฟต์คุ้กกี้ที่รสชาติไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร และมีลักษณะ texture ของเนื้อมัน คล้ายกับก้อนบราวนี่มากกว่า

มาในวันนี้เลยเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่หมด ในเมื่อทำออกมาแล้วมันไม่เป็นคุ้กกี้เสียที วันนี้ก็ตั้งใจทำให้มันเป็นบราวนี่ไปเลย ให้รู้แล้วรู้รอด ส่วนผสมของบราวนี้ในวันนี้ ก็เหมือนกับการทำคุ้กกี้ในคราวก่อน คือเนยเค็มเล็กน้อย นมสดครึ่งกล่อง แครกเกอร์โฮลวีท 2-3 แผ่น ผงโกโก้อย่างดี น้ำตาล และผงไมโลอีกนิดหน่อย นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกันให้ข้นๆ เหลวๆ แต่เนื่องจากมันเป็นบราวนี่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายเค้กมากกว่าคุ้กกี้ ก็เลยทดลองเพิ่มส่วนผสมใหม่เข้าไปอีก 1 อย่าง คือเค้กซองๆ ยี่ห้อยูโร่ นำมันลงไปบี้ๆ คนๆ รวมในเนื้อของส่วนผสมช้างต้น

นี่ครับ เค้กซองๆ ยี่ห้อยูโร่ จริงๆ แค่แกะซองออกมากินเลยก็อร่อยแล้ว รสชาติประมาณเดียวกับบัตเตอร์เค้กของ S&P


วันนี้กล้องดิจิตอลถ่านหมดพอดี เพราะเอาไปถ่ายงานปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อนมาเมื่อวาน เลยถ่ายตอนผสมส่วนผสมต่างๆ ไม่ได้ เอาเป็นว่าข้ามมันไปก็แล้วกัน นำส่วนผสมทั้งหมดมาเทใส่จานก้นลึกสักหน่อย แล้วนำเข้าเตาไมโครเวฟ ประมาณ 2 นาที เอาฝามาครอบเพื่อให้เนื้อไม่แห้งเกินไปนัก เมื่อเอาออกมาคราวแรก รู้สึกมันยังเหลวและไม่ค่อยจับตัวกันเท่าไร เลยเอาเข้าเตาไมโครเวฟต่ออีก 2 นาที โดยเอาฝาครอบออกไป คิดว่าจะทำให้หน้าของมันแห้งและกรอบ

นี่คือบราวนี่ที่ทำเสร็จในวันนี้ ดูดีใช้ได้เลย เกาะเป็นก้อนแน่นๆ ไม่แฉะและไม่ร่วน ผมปล่อยทิ้งไว้จนเย็น แล้วนำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องฟรีซ เอาออกมากินตอนหลังอาหารเย็น รสชาติดีไม่เลว ไม่หวาน และขมโกโก้นิดๆ แต่ texture ของมันแน่นเกินไปหน่อย และผิวหน้าไม่ค่อยกรอบ เอาไว้ว่างๆ จะลองปรับสูตรอีกนิด ใครอยากชิมมาลงชื่อในบล้อกนี้ได้เลย พรุ่งนี้จะตัดแบ่งไปให้คนละชิ้น


...

Saturday, January 27, 2007

Romancing Pizza

...

วิดีโอคลิปล่าสุด ถ่ายทำที่ร้านพิซซ่า Scoozi ถนนข้าวสาร นำมาตัดต่อ และใส่เพลงซาวนด์แทร็ก จากหนังเรื่อง IL POSTINO





ขอขอบคุณนักแสดงกิติมศักดิ์ทุกท่าน คุณ Grappa , คุณ Black Comedy , และคุณ Pawana

...

Sunday, December 17, 2006

แสงแดดยามบ่าย

...


ผมชอบกิจวัตรในเวลาบ่ายของวันอาทิตย์จังเลยครับ หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ อาบน้ำให้ตัวเย็นๆ แล้วเอนหลังดูทีวีหรืออ่านหนังสืออะไรสักเล็กน้อย แล้วงีบหลับสักวูบหนึ่ง ตื่นขึ้นมาตอนบ่ายแก่ๆ สิ่งแรกที่มองเห็น คือแสงแดดอุ่นๆ เล็ดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในบ้าน แล้วรู้สึกสมองปลอดโปร่ง สดชื่นดีจัง วันนี้ก็เป็นเหมือนวันอาทิตย์อื่นๆ นั่นแหละ ผมตื่นขึ้นมาตอนบ่ายสาม แล้วเดินเข้าไปในห้องครัวหาอะไรกินนิดหน่อย เจอนมกล่องยูเอชที โอวัลตินไวท์มอลต์ แครกเกอร์โฮลวีท และคุกกี้ข้าวโอ๊ตอีกนิดหน่อย ในหัวก็เลยนึกแว้บไปถึงกระทู้ในเว็บบอร์ดพันธุ์ทิพย์ดอตคอมกระทู้หนึ่ง เขาสอนทำขนมชนิดหนึ่งจากวัตถุดิบง่ายๆ ใกล้ๆ ตัว วันนี้แม่ไม่อยู่บ้าน ผมเลยจัดการทดลองทำขนมเล่นสนุกๆ ซะเลย


1. เอาแครกเกอร์โฮลวีทยี่ห้ออิมพีเรียล คุกกี้ข้าวโอ๊ตของเอสแอนด์พี และขนมปังกรอบอีกสารพัดชนิดเท่าที่จะหามาได้ เอามาบดให้ป่นรวมเข้าด้วยกัน



2. เตรียมนมจืด นมข้นหวานนิดหน่อย และเพิ่มโอวัลตินไวท์มอลต์เข้าไป เพื่อความเข้มข้น



3. นำส่วนผสมทุกอย่างเทรวมกัน แล้วคนให้เข้ากัน ผสมให้ข้นๆ อย่าให้แฉะๆ เหลวๆ ดูแล้วเหมือนข้าวบดของเด็ก เมื่อลองชิมแล้วอร่อยดี เค็มๆ มันๆ หอมนมและไวท์มอลต์อย่างมาก



4. เอาจานแก้วในไมโครเวฟออกมาล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วใช้ช้อนตักส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้ว แหมะลงไปเป็นก้อนๆ ตอนนี้ไม่ดูเหมือนข้าวเด็กแล้วหล่ะ มันดูเหมือนอะไรกันเนี่ยะ?? แล้วนำเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้เวลานานประมาณ 1-2 นาที ก็จะเริ่มได้กลิ่นหอมโชยออกมาจากเตา ผมลองเปิดดู มันยังนิ่มๆ อยู่ เลยนำไปอบต่ออีก 1 นาที



5. นำออกจากเตา เอาพัดลมมาเป่าให้เย็นเร็วๆ แล้วแซะมันขึ้นมา ดูจากภาพแล้วน่ากินใช่ไหมล่ะ? แต่ไม่หรอกครับ แสงแดดอุ่นๆ ในยามบ่าย ทำให้บรรยากาศในภาพดูดี อะไรๆ ก็เลยดูน่ากินไปหมดแหละ ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่อร่อยเท่าไร เพราะมันเป็นคุกกี้ที่สุกด้วยน้ำที่อยู่ในส่วนผสมของนม ไม่ได้สุกด้วยไขมันของเนย เพราะผมไม่ได้ใส่เนยเข้าไปเลย เนื้อของคุกกี้จึงไม่กรอบ มันนิ่มๆ เหมือนซอฟต์คุกกี้ของมิสซิสฟิลด์ส แต่ไม่หอมมันเท่า รสชาติจืดเกินไป มีบางส่วนที่เกรียมๆ แห้งๆ เอาไว้บ่ายวันอาทิตย์หน้า อาจจะลองทำใหม่อีกสักหน ถ้าลองใส่เนยสดเพิ่มเข้าไป และมีถั่วอัลมอนด์ป่นรวมไปด้วย อาจจะกลายเป็นคุกกี้จริงๆ ขึ้นมาก็ได้



...