Thursday, May 15, 2008

สุนทรียะของ hi5

...


ใครบอกว่าไฮไฟว์ไร้สาระ! หลังจากทุ่มเทเวลาหลายเดือนในการเล่นไฮไฟว์แบบจริงจัง ทั้งวันทั้งคืน ผมก็ได้เรียนรู้ถึงสุนทรียะของภาพถ่ายที่ผู้คน (สาวๆ) นิยมนำมาลงไว้ในไฮไฟว์ของตัวเองแล้ว ว่าภาพเหล่านี้สวยอย่างไร ทำไมถึงสวย และพวกเรา ทั้งผู้ดูและผู้เป็นเจ้าของภาพ รับรู้ความสวยของมันได้อย่างไร ผมแบ่งสุนทรียะของภาพถ่ายในไฮไฟว์ออกเป็น 6 ลักษณะ ดังต่อไปนี้

1. ภาพถ่ายจากมุมสูง ผู้เป็นแบบสามารถถ่ายภาพนี้ได้เอง ด้วยกล้องดิจิตอลแบบคอมแพคต์ หรือด้วยกล้องในโทรศัพท์มือถือ สังเกตเห็นได้ชัดว่ามุมกล้องจะกดลง ผู้เป็นแบบและผู้ถ่ายจะชูกล้องเหนือหัวแล้วกดหน้ากล้องลงมาหาตนเอง ทำให้ได้ภาพเหมือนกับ The Dog ความงามของภาพแบบนี้เกิดขึ้นได้ในสองลักษณะ คือ
- ทำให้ผู้มองภาพมีความรู้สึกว่าอยู่เหนือกว่าผู้เป็นแบบในภาพ ความงามจึงเกิดขึ้นจากการให้อำนาจแก่ผู้มอง และผู้เป็นแบบกลายเป็นเบื้องล่าง หรือมีความ submissive รองรับการจ้องมอง
- ทำให้สัดส่วนของวัตถุในภาพบิดเบือนไปตามเปอร์สเปกทีฟ ส่วนหัวจะดูโตขึ้น ส่วนร่างกายไล่ลงไปถึงเท้าจะเล็กลง ความงามของสัดส่วนแบบนี้ คือการแสดงให้เห็นถึงความเป็นเด็ก เพราะเด็กหรือทารกหรือตัวอ่อนของสัตว์ชนิดใดๆ ก็ตาม จะมีสัดส่วนร่างกายที่ส่วนหัวใหญ่กว่าปกติ สัดส่วนร่างกายของคนเราและสัตว์ทุกชนิดจะเข้าสู่ปกติเมื่อเราเข้าสู่วัยหนุ่มสาวและโตเต็มวัย

2. ทำแก้มป่อง เป็นความงามที่มาจากการแสดงออกถึงความเป็นเด็กอีกประการหนึ่ง เพราะเด็กหรือทารกมักจะมี Baby Fat เพื่อเป็นคลังพลังงานสะสมเอาไว้ ทำให้ร่างกายดูอ้วนฉุ กลม มีชั้นไขมันหนามากกว่าผู้ใหญ่ ไขมันส่วนหนึ่งปรากฎบนใบหน้าของเด็ก ทำให้แก้มยุ้ย กลม และไขมันพวกนี้จะค่อยๆ หายไปเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นหรือโตเต็มวัย ความงามของภาพไฮไฟว์แบบแก้มป่อง คือการแสดงภาพความเป็นเด็กออกมา บางคนทำแก้มป่องแล้วยังเอานิ้วมาจิ้มอีก เพื่อเป็นการเน้นย้ำ และชี้เฉพาะเจาะจงลงไปในความเป็นเด็กของตน

3. ทำตาโต หรือใส่คอนแทคเลนส์บิกอายส์ เป็นความงามจากความเป็นเด็กอีกประการ เพราะนัยน์ตาดำของเด็กทารก จะมีสัดส่วนใหญ่มากเมื่อเทียบกับใบหน้าและร่างกายโดยรวม เด็กแรกเกิดจึงดูสดใส ใสซื่อ บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา นัยน์ตาดำขนาดใหญ่ ทำให้เรารู้สึกว่าเด็กถ่ายทอดความรู้สึกจากภายในออกมาได้มากกว่าผู้ใหญ่ เมื่อคนเราโตขึ้น สัดส่วนลูกนัยน์ตาดำจะเล็กลงเมื่อเทียบกับใบหน้าและร่างกาย ทำให้ผู้ใหญ่ดูเก็บกด ปิดกั้น ไม่ใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนเด็กอีกแล้ว นักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นเข้าใจความงามเกี่ยวกับขนาดของนัยน์ตานี้เป็นอย่างดี เขาจึงนิยมวาดตัวการ์ตูนให้มีตาโตขึ้นกว่าปกติ จนเราเรียกกันติดปากกว่าเป็นการ์ตูนตาโต และมีความคิดฝังใจว่าคนตาโตคือคนน่ารักนั่นเอง

4. เหล็กดัดฟัน เป็นความงามที่เกิดจากความผิดปกติทางร่างกาย ลักษณะเหมือนพวก Paraphilia หรือคนที่ชื่นชอบ คลั่งไคล้ มีอารมณ์ทางเพศกับผู้พิการหรือความพิการ แนวความคิดแบบนี้เห็นได้ในหนังเรื่อง Crash ของเดวิด โครเนนเบิร์ก (คนละเรื่องกับ Crash ที่ได้ออสก้าร์นะ) และหนังเรื่อง เหยิน เป๋ เหล่ ของพจน์ อานนท์ ใบปิดหนังเหยินเป๋เหล่ เห็นเมย์ใส่เหล็กดามขา โชว์เรียวขา สะโพก ทรวดทรง และใบหน้าที่เย้ายวน ความรู้สึก Paraphilia เกิดขึ้นด้วยความสัมพันธ์เชิงอำนาจ คือมีผู้ที่อยู่เหนือกว่า ซึ่งได้แก่ผู้ที่มีอารมณ์ทางเพศกับความพิการ และผู้ที่อยู่ต่ำกว่า คือผู้ที่ยอมทำให้ร่างกายตัวเองพิการ เพื่อให้ผู้ที่อยู่เหนือกว่าได้ใช้สนองความต้องการทางเพศ การดัดฟันและการโพสต์ท่าถ่ายรูปโดยยิ้มยิงฟันให้เห็นเหล็กดัดฟันอย่างชัดเจน จึงแสดงให้เห็นว่าผู้เป็นแบบถ่ายรูป ต้องการโชว์ความพิการของตนเอง และต้องการให้ตนเองเป็นวัตถุทางเพศสำหรับผู้ดูภาพ

5. ทำปากยื่นหรือปากจู๋ ความงามของภาพแบบนี้เกิดขึ้นได้สองลักษณะ
- ความงามจากความเป็นเด็กทารก เพราะความสุขอย่างแรกในชีวิตของคนเรา คือการใช้ปากดูดนม การแสดงออกและการสื่อสารประการแรกๆ ในชีวิตของคนเรา เริ่มขึ้นในวัยทารก คือการใช้ปากร้องไห้ หรือขยับปากจั๊บๆ เพื่อบอกพ่อแม่ว่าเราหิวแล้ว การโพสต์ท่าถ่ายรูปโดยทำปากยื่น ปากจู๋ ปากแบนๆ แผ่ๆ เจ่อๆ หรืออะไรก็ตาม แสดงให้เห็นถึงการย้อนเวลากลับไปแสดงออกและสื่อสารแบบทารกของผู้เป็นแบบถ่ายรูป
- ความงามจากแฟชั่นและวัฒนธรรมร่วมสมัย เกิดจากการเลียนแบบภาพถ่ายนางแบบเซ็กส์ซี่หลายคน อย่างเช่น แองเจลิน่า โจลี่ ยู่ยี่ อลิสา อินทุสมิธ ฯลฯ นางแบบเหล่านี้แสดงออกถึงความเซ็กส์ซี่ ด้วยการใช้ริมฝีปาก เพราะในการเดินแบบ ถ่ายแบบ นางแบบเหล่านี้ไม่สามารถพูดสื่อสารออกมาได้ ทำได้เพียงแค่ใช้ภาษาร่างกายในการสื่อสาร นอกจากการโพสต์ท่าต่างๆ แล้ว พวกเธอพบวิธีการสื่อสารด้วยการใช้ริมฝีปากเผยอๆ เพื่อให้ดูเซ็กส์ซี่นั่นเอง การโพสต์ท่าถ่ายรูปไฮไฟว์ด้วยการทำปากรูปแบบต่างๆ ก็คือการเลียนแบบแฟชั่นและวัฒนธรรมเหล่านี้นั่นเอง

6. ชูสองนิ้วเป็นรูปตัว V แล้วนำมาทาบบริเวณใบหน้า ดวงตา แก้ม หรือริมฝีปาก อันนี้เป็นการโพสต์ท่าที่ผมยังหาคำอธิบายแบบชัดเจนไม่ได้ และไม่ค่อยแน่ใจถึงความเป็นมาและความหมายของมัน ผมได้แค่เดาว่ามันคงมาจากวัฒนธรรมของญี่ปุ่น การชูสองนิ้วรูปตัว V หมายถึง Victory เป็นการเชียร์ หรือให้กำลังใจแก่บุคคลที่เรากำลังคุยด้วย ว่า "สู้ตายค่ะ!" หรือ "สู้ๆ" พบเห็นได้มากในการ์ตูนญี่ปุ่นหรือซีรีย์สญี่ปุ่นที่เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬา ตัวละครผู้หญิงมักจะเป็นผู้ให้กำลังใจแก่ตัวละครผู้ชายด้วยการแสดงท่าทางแบบนี้ การโพสต์ท่าถ่ายรูปลงไฮไฟว์ด้วยการชูสองนิ้ว จึงเป็นการสื่อสารระหว่างผู้เป็นแบบกับผู้ดูภาพ ว่าผู้เป็นแบบรู้ตัวว่ากำลังถูกมอง และผู้เป็นรู้สึกยินดีที่กำลังถูกมอง และผู้เป็นแบบเชียร์หรือให้กำลังใจผู้มอง (การชูสองนิ้วในวัฒนธรรมตะวันตก โดยหันฝั่งหลังมือออกไป เป็นการแสดงคำหยาบคาย และสัญลักษณ์ถึงเครื่องเพศของผู้หญิง ผมคิดว่านี่ไม่ใช่ความหมายแฝงในการถ่ายภาพไฮไฟว์แต่อย่างใด)


ปล. ภาพประกอบสำหรับเรื่องนี้ ขอให้ต่างคนต่างก็เข้าไปดูในไฮไฟว์ของตัวเองดีกว่า ผมว่าเราต้องมีภาพถ่ายแบบนี้เหมือนกันทุกคน จริงไหม? คริคริ






...

8 comments:

Anonymous said...

โอว มาเป็นชุดๆ /FILMSICK

Pack said...

แบบว่า ต้องเป็นภาพที่ถ่ายเองกะมือด้วยนะ ไม่งั้นไม่เอาลงเด็ดขาด

iFew said...

ฮารูปสุดท้าย

idiotao said...

๕๕๕ สุนทรีย์จริงๆ
อย่าลืมรูปในhi5ประเภท
1.ผู้ชายไม่ใส่เสื้อ ยืนเบ่งกล้าม(ซึ่งอาจจะมีและไม่มี)
2.ผู้หญิงพยายามหาเสื้อคอกว้างที่สุด แล้วถ่ายรูปมุมสูง แล้วยังก้มอีก จนบางทีลืมใส่เสื้อมาถ่ายรูปก็มี

อยากรู้ความสุนทรีย์ของสองประเภทนี้ครับ จะมีภาคต่อมั้ย ๕๕
แต่อันนี้ไม่ต้องใส่ตัวอย่างก็ได้นะ กลัว :|

Anonymous said...

entry of the month ครับพี่ !!!
คีมูจี๋และ อิกคึ มากๆๆ

panugan said...

เจ๋งมากครับ ชอบ
รูปสุดท้ายนี่กล้ามาก อิอิ

NiGht pRincE said...

ผมเดาว่ามันคงมาจากนายกฯเชอร์ชิลของอังกฤษชูนิ้วแบบนี้

ให้ทหารที่ไปสงครามน่ะครับ

มีความหมายถึว่า Victory


เคยได้ยินมาครับ


ปล.รูปสุดท้ายน่ารักมาก อย่าไปลืมเม้นเรานะ :D

Anonymous said...

sarcastic มั่กๆ
คิดมากไปป่าวพี่
หุหุ