Tuesday, May 20, 2008

แผ่นดีวีดีของแม่

...


“เอ็งอยู่บ้านคนเดียวแล้วไม่เหงาเหรอ?” แม่เอ่ยปากถามขึ้นมา ขณะที่ผมกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมเดินทางไปจังหวัดขอนแก่น เพื่อไปเยี่ยมแม่ซึ่งกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่นั่น หลังจากรับการผ่าตัดแก้ไขอาการหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทมาตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้เขายังเดินไม่สะดวก ต้องทำกายภาพบำบัด และต้องอยู่ในความดูแลของหมออย่างใกล้ชิด ทั้งแม่และป๊าจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่กับพี่ชายคนโตซึ่งเป็นหมออยู่ที่นั่น และทิ้งบ้านที่กรุงเทพฯ นี่ไว้ให้ผมอยู่ดูแลคนเดียว

หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ แม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน ค่อยๆ โขยกเขยกออกมานั่งเอนหลังบนโซฟา ส่วนผมตื่นนอนแต่เช้าตรู่ แล้วมานั่งกินกาแฟ ออนไลน์อินเทอร์เน็ต และง่วนอยู่กับการควานหาคลิปวิดีโอเพลงจีนเก่าๆ จากเว็บ Youtube

แม่กับป๊าของผมใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น ดังนั้นพวกเรื่องอินเทอร์เน็ตหรือ Youtube จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เทคโนโลยีใหม่ที่สุดที่เขาใช้เป็น คือโทรทัศน์สีและเครื่องเล่นดีวีดีธรรมดาๆ ประเภทที่พอใส่แผ่นเข้าไปแล้วมันก็เล่นได้เลย ไม่ต้องกดปุ่มอะไรวุ่นวายซับซ้อน

ผมก็เลยเกิดไอเดียว่าน่าจะดาวน์โหลดคลิปวิดีโอที่พวกเขาชอบจากอินเทอร์เน็ต มาจัดการแปลงฟอร์แมทไฟล์ แล้วจับมันไรท์ลงแผ่นดีวีดีสัก 2-3 แผ่น เพื่อให้แม่เก็บไว้เปิดดูได้เองเวลาที่เบื่อๆ

Youtube นี่มหัศจรรย์จริงๆ มันมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากได้ มันยอดเยี่ยมกว่าร้านขายแผ่นหนังและเพลงแบบเชนสโตร์ที่มีเครือข่ายสาขาอยู่ในทุกศูนย์การค้าเสียอีก ผมเพียงแค่พิมพ์คีย์เวิร์ดต่างๆ เข้าไป เช่น Chinese, Traditional, Classical, Song ฯลฯ แล้วกดปุ่ม Search ลิสต์รายชื่อคลิปวิดีโอเพลงจีนเก่าๆ นับร้อยนับพันก็ปรากฏขึ้นมาให้เลือกอย่างละลานตา

ผมเลือกคลิกไปที่เพลง The Wandering Songstress รอเวลาโหลดเพียงไม่กี่อึดใจ เพราะบ้านพี่ชายเขาติดไฮสปีดอินเทอร์เน็ต เสียงเพลงที่ฟังเหมือนกับเพลงงิ้วโบราณก็ดังขึ้นมา

… เทียน หย่า ยา ฮาย เจียว … มี หยา มี จื้อ ยิน … เซียว เม้ เม ฉาง เกอ … หลาง โจว ชิง … หลาง ยา เจิ้น เหมิน เลียง ชือ หยี่ เถียว ชิง …

“ในคอมพิวเตอร์ของเอ็งมีเพลงแบบนี้ด้วยเหรอ?” แม่ชะโงกหน้ามาดูที่จอ

มันกำลังแสดงภาพคลิปวิดีโอเป็นสีขาวดำ มีผู้หญิงจีนเชยๆ เก่าๆ กำลังร้องเพลงอยู่ริมหน้าต่าง มีผู้ชายจีนเชยๆ เก่าๆ พอกัน กำลังสีซอคลอไปกับเสียงร้องของเธอ ผมใช้เม้าส์ไปเลื่อน tab ปรับวอลุ่มเสียงให้ดังขึ้น ทำให้เสียงเพลงดังลั่นไปทั่วบ้าน

… อ่าย ยา อาย ยา หลาง ยา เจิ้น เหมิน เลียง ชือ หยี่ เถียว ชิง … ป๊าวางจานชามที่กำลังล้างอยู่ในครัว แล้วเดินออกมาตามหาเสียงเพลง

“นี่มัน โจวเสวียน นี่นา เพลงนี้มันเก่าเป็นสิบๆ ปีแล้วนะ” ป๊าบอก

“เพลงนี้ตั้งแต่สมัยแม่ยังเด็กๆ เลยนะ” แม่ช่วยเสริม

“โจวเสวียน ป่านนี้ตายไปแล้วมั้งนะ” ป๊าพยายามประมาณอายุของเพลงและนักร้อง

เมื่อลองค้นดูข้อมูลในเว็บ Wikipedia ก็พบว่าคลิปที่เรากำลังดูอยู่ตอนนี้เป็นเพลง The Wandering Songstress แบบต้นฉบับ มาจากหนังเรื่อง Street Angel ออกฉายมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1937 ผู้หญิงที่กำลังร้องเพลงในคลิปนี้ชื่อว่า โจวเสวียน จริงๆ อย่างที่ป๊าบอก ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ ก็น่าจะอายุเกือบร้อยปีเข้าไปแล้ว ล่าสุดเพลงนี้ถูกนำมาร้องใหม่ในหนังเรื่อง Lust, Caution ที่นำแสดงโดย เหลียงเฉาเหว่ย และ ถางเหว่ย

แม่กับป๊าไม่เคยดูหนัง Lust, Caution ไม่รู้จัก ถางเหว่ย และถึงแม้ว่าจะเป็นดารารุ่นเก่าอย่าง เหลียงเฉาเหว่ย ซึ่งดูแก่และเหี่ยวมากขนาดไหนในหนังเรื่องนี้ก็ตาม ก็ยังถือว่าเป็นดารารุ่นใหม่เกินไปสำหรับพวกเขา ดาราที่ร่วมสมัยเดียวกับแม่กับป๊า จะต้องเป็นประมาณ โจวเสวียน หลินไต้ เล่อตี้ ส่วนหนังและเพลงที่ร่วมสมัยเดียวกัน ต้องประมาณเพลงรักลมสวาท ม่านประเพณี เพลงรักชาวเรือ ของชอว์บราเธอร์สอะไรแบบนั้นเลย

เรื่องที่แม่กับป๊าชอบเล่าให้ลูกๆ ทุกคนฟัง คือเรื่องที่พวกเขาไปพบรักกันที่โรงเรียนภาษาจีน ครูที่สอนพวกเขาเป็นพ่อสื่อช่วยแนะนำให้รู้จักกัน แล้วพวกเขาจีบกันด้วยการไปออกเดทดูหนังจีนที่โรงหนังสุดหรูในสมัยนั้นย่านเยาวราช หลังจากนั้นไม่นานก็ตกลงแต่งงานกัน พอเริ่มมีลูก ก็ต้องทำมาหาเลี้ยงปากท้องลูกๆ ทุกคน โดยไม่เคยเข้าโรงหนังอีกเลยเป็นสิบๆ ปี

โลกร่วมสมัยของแม่กับป๊าจึงหยุดหมุนมานับตั้งแต่วันนั้น

ผมกับพวกเขาจึงคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง และเราเหมือนอยู่กันคนละโลก

ตอนที่ผมยังเป็นเด็กๆ บ้านของเราก็อบอวลไปด้วยเสียงเพลงจีนเก่าๆ แบบเพลงนี้แหละ แม่กับป๊าชอบเอาเทปคาสเส็ทท์เก่าๆ ยืดๆ มาเปิดฟังระหว่างที่พวกเขากำลังทำงานกัน ซึ่งผมฟังจนเบื่อและเอียนมาก เพราะมองว่ามันเป็นเพลงงิ้ว เพลงจีนเพลงเจ๊กที่กระจอกงอกง่อย แล้วก็คอยบอกให้เขาหรี่เสียงเบาๆ หน่อย หรือปิดไปเสียเลย

พอเติบโตขึ้นมา และเริ่มต้นทำงานเป็นนักเขียน ผมเคยบอกเขา ว่าทุกวันนี้ผมได้เป็นคอลัมนิสต์ในนิตยสารชั้นนำ เขายิ้มและบอกว่าดีแล้ว ดีแล้ว แต่คุณเชื่อไหม? เขาไม่เข้าใจอาชีพนักเขียน และไม่รู้จักคำว่าคอลัมนิสต์ ในความเข้าใจของพวกเขา ผมทำงานเป็นเจ้าหน้าที่เสมียนในโรงพิมพ์แห่งหนึ่ง

… เจีย ชาน ยา เปย หวาง … เหลย ยา เหลย ชาน จิน … เซียว เม้ เม เซียง ลาง … จื่อ เตา จิน… หลาง ยา ฮวน นาน จื่อ เจียว เอิน อ่าย เชิน …

“เอ็งฟังออกหรือเปล่า? ว่าเขาร้องว่าอะไร” แม่ถาม

ผมเคยเรียนมาแต่ภาษาอังกฤษ จากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ แต่ไม่เคยเรียนภาษาจีนมาก่อนเลย ดังนั้นยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องความหมายหรอก แค่พยายามเงี่ยหูฟังเสียงร้องให้ชัดๆ แล้วสะกดออกมาเป็นภาษาไทยแบบที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ ก็นับว่ายากสุดๆ แล้ว

“หญิงสาวเดินทางตามหาชายหนุ่มคนรักซึ่งเป็นนักดนตรี แล้วร้องเพลงว่าเธอกำลังร้องไห้เพราะคิดถึงเขา เฝ้ารอวันให้ทั้งสองได้มาครองรัก อยู่ด้วยกันตลอดไป เปรียบเหมือนเส้นด้ายอยู่คู่กับเข็มเย็บผ้า” แม่บอก

ผมใช้โปรแกรม Video Get ดาวน์โหลดคลิปวิดีโอเพลงจีนเก่าๆ จากเว็บ Youtube ซึ่งปกติมันอยู่ในฟอร์แมท Flash Media Video หรือ .flv มาเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์รวมหลายสิบเพลง เพลงเหล่านี้จริงๆ แล้ว ผมเคยฟังจนคุ้นหูมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่เคยรับรู้ความไพเราะและความหมายของมัน จนกระทั่งในวินาทีนี้ ผมงงมากๆ ว่าทำไมเพลงเหล่านี้ถึงได้เพราะเหลือเกิน

นอกเหนือจากเพลง The Wandering Songstress ของ โจวเสวียน แล้ว ยังมีเพลง ปู้เหลี่ยวฉิง เวอร์ชั่นดั้งเดิมร้องโดยหลินไต้ หลี่เหลียงไต้เปี่ยวหวอตี้ชิง เวอร์ชั่นดั้งเดิม ร้องโดยเติ้งลี่จวิน นอกจากนี้ยังมีเพลงเก่าที่นำมาบรรเลงในรูปแบบของวงออร์เคสตร้าเต็มๆ วง อย่างเพลง โหมวลี่ฮัว และเพลง Butterfly Lovers’ Violin Concerto จากหนังเรื่องม่านประเพณี เป็นต้น

ผมไม่ได้ตั้งใจจะละเมิดลิขสิทธิ์หรอกนะ เพราะคุณภาพของภาพและเสียงจากคลิปในเว็บ Youtube นั้นก็ต่ำมาก จนไม่สามารถเทียบได้กับการดูจากแผ่นลิขสิทธิ์หรอก และถึงแม้จะอยากซื้อแผ่นลิขสิทธิ์ ก็คงไม่สามารถหาซื้อแผ่นเพลงเหล่านี้ได้จากร้านใดในเมืองไทย จึงต้องอาศัยโหลดเอาจากอินเทอร์เน็ตแบบนี้

หลังจากนั้นก็จัดการแปลงฟอร์แมททั้งหมด จากไฟล์ .flv ให้กลายเป็นไฟล์ Video Object หรือไฟล์ .vob สำหรับเปิดดูด้วยเครื่องเล่นดีวีดีธรรมดา แล้วก็ใส่แผ่นดีวีดีเปล่าเข้าไปในไดร์ฟ DVD R/W เปิดโปรแกรม Nero Burning Rom จัดการไรท์พวกมันลงแผ่น โดยทำหน้าเมนูเอาไว้ด้วย เพื่อความสะดวกในการเลือกเปิดดูทีละเพลงๆ

บนแผ่นดีวีดี ผมเอาดินสอดำเขียนไว้เบาๆ จางๆ ว่า “ดีวีดีของแม่” แล้วเอาแผ่นกระดาษมาพับเป็นซองใส่ไว้เพื่อกันรอย วางไว้อย่างเรียบร้อยบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ของพี่ชาย

“เหริน เชิน หยา ฉุย ปู … ซี ยา ซี จิง ฉวน … เซียว เม้ เม ซือ เชียง … หลาง ซือ เจิน … หลาง หย่า ช้วน ไจ้ ยี ฉี ปู หลี เฟิน …” แม่ฮัมเพลงนี้ออกมาเบาๆ ถึงแม้ร่างกายจะอ่อนแรงด้วยความชรา แต่น้ำเสียงของแม่ยังแจ่มใส

ดีวีดีแผ่นนี้กว่าจะสำเร็จเสร็จสิ้นออกมา ต้องผ่านกระบวนการมากมาย ทั้งค้นคว้า ดัดแปลง และสร้างสรรค์ ต้องใช้ความรู้ทุกอย่างมาบูรณาการเข้าด้วยกัน ทั้งภาษาอังกฤษ ประวัติศาสตร์ สุนทรียะศาสตร์ ความรู้ด้านเทคโนโลยีไฮเทคสารพัด ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ

มันทำให้ผมคิดได้ว่านี่นับเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่ได้เล่าเรียนมาอย่างคุ้มค่า สร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงออกมาสู่โลก นอกเหนือจากที่ใช้มันเพื่อเขียนคอลัมน์แนะนำเว็บไซต์ แนะนำซอฟต์แวร์ แนะนำสินค้าไอทีรุ่นใหม่ๆ ลงในนิตยสารมานานกว่าสิบปี

ผมคิดว่า …

บางที … คนเราอาจจะเกิดมา มีชีวิตอยู่ เติบโต และเรียนรู้ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเอง ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อทำงานเป็นนักเขียน เป็นคอลัมนิสต์ แต่งานที่แท้จริงของชีวิต คือการสร้างคนรุ่นหลังให้ดีงามกว่าคนรุ่นเรา และการดูแลคนรุ่นที่มาก่อนเรา ให้มีความสุขไปจนถึงช่วงเวลาสุดท้าย

“เอ็งอยู่บ้านคนเดียวแล้วไม่เหงาเหรอ?” แม่ย้อนกลับมาถามเรื่องเดิม ตอนนี้พ่อเดินกลับไปหลังบ้านเพื่อล้างจานต่อแล้ว

“ไม่หรอก แบบนี้สบายดี” ผมตอบ

“อยู่บ้านคนเดียวแล้วเอ็งหาข้าวหาปลากินยังไง ทำไมผอมลงไปเรื่อยๆ แบบนี้?” แม่ถาม แต่ผมไม่ได้ตอบ

… เซียว เม้ เม ซือ เชียง … หลาง ซือ เจิน … หลาง หย่า ช้วน ไจ้ ยี ฉี ปู หลี เฟิน … เสียงเพลงจากคลิปใน Youtube ยังคงเล่นวนซ้ำๆ เพราะผมกดปุ่ม Repeat เอาไว้

“ตอนที่เอ็งกลับไปแล้ว ก็ต้องรู้จักดูแลตัวเองให้ดีๆ เพราะตอนนี้แม่ไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว” แม่พูดแล้วก็เอื้อมมือมาแตะที่บ่าของผมเบาๆ

“The young girl is like a string of thread, the young man a needle. My dear, thread the needle so we can be together and never part.” นี่คือคำแปลของเนื้อเพลงท่อนสุดท้าย ซึ่งผมค้นหามาได้จาก Google

“เมื่อยแล้ว นั่งนานไม่ไหว แม่จะไปนอนซักตื่นดีกว่า” แม่พูดเสร็จแล้วก็ยันตัวลุกขึ้น คว้าอุปกรณ์ช่วยเดิน ค่อยๆ โขยกเขยกเข้าไปในห้องนอน

แผ่นดีวีดีของแม่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะคอมพิวเตอร์

ผมไม่กล้ายื่นไปให้เขา ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปสบตา เพราะกลัวเขาจะเห็นว่าผมกำลังร้องไห้ แล้วจะยิ่งทำให้เขาเป็นห่วง

เพียงแค่กะว่าจะฝากดีวีดีแผ่นนี้ไว้กับพี่ชาย ให้เขาเป็นคนช่วยเปิดให้แม่กับป๊าดู เมื่อตอนที่ผมกลับมากรุงเทพฯ แล้ว


….


หมายเหตุ

1. เข้าไปชมคลิปวิดีโอเพลง The Wandering Songstress เวอร์ชั่นต้นฉบับโดย โจวเสวียน ได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=LYGU5mbHBwQ

2. อ่านเนื้อเพลงและความหมายเป็นภาษาอังกฤษ ได้จากบล็อก http://alynn.diaryis.com/?20080128.200712

3. ดาวน์โหลดโปรแกรม Video Get ได้จากเว็บไซต์ http://www.mediafire.com/?9od04rtdyym

4 comments:

grappa said...

เฮ้ย ตอนนี้เขียนดีมากว่ะ อ๋อง
ซาบซึ้ง
ตอนนี้พี่ต้องดูแลแม่ซึ่งกำลังผ่าตัดหัวเข่าเหมือนกัน

Anonymous said...

ชอบข้อสรุปของเรื่องนี้มากครับ พอเราโตขึ้นมาทำให้เราตระหนักรู้ว่าพ่อ-แม่เป็นบุคคลที่เราควรเอาใจใส่มากที่สุด :)

Anonymous said...

อ่านแล้วเศร้าจัง

Anonymous said...

ไม่ว่าลูกจะอายุซักเท่าไหร่ โตแค่ไหน แต่ในความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ ลูกก็ยังเหมือนเด็กเล็ก ๆ ในสายตาของเค้าอยู่เสมอ ยังคงเป็นห่วงเป็นใย และก็กังวลสารพัด นี่แหละค่ะ "รักแท้" ที่ไม่ต้องไปตามหาที่ไหน ในขณะที่บางคนวิ่งตามหารักแท้ จนลืมว่า รักแท้ ที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเรานี่เอง