Wednesday, February 02, 2011

นกสีแดง


...


 


 นกแต่ละตัวเกิดมาแตกต่างกัน มีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน พวกมันมายืนเรียงแถวหน้ากระดานในตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจง ด้วยเหตุผลที่ถูกกำหนดไว้แล้ว


 เกม Angry Birds นั้นแท้จริงแล้วคือแบบจำลองของจักรวาล โดยที่บรรดาสิ่งปลูกสร้างต่างๆ หมูใจร้าย และนกขี้โมโหทุกๆ ตัว ที่มาอยู่ร่วมกันในแต่ละเลเวล คือรูปแบบความสัมพันธ์อันเกี่ยวโยงกันของสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ที่มีใครสักคนเป็นผู้สร้าง และเขาคนนั้นได้กำหนดทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ตั้งแต่ต้น


 และพวกเราทุกคนในฐานะผู้เล่น จึงมีความสนุกสนานท้าทายกับการค้นหาคำตอบของคำถาม ว่า "ทำไม?"


 ผมชอบเล่นเกม Angry Birds เล่นแบบเอาจริงเอาจัง เล่นกันข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว ตัวคาแรกเตอร์ที่ผมชอบมากที่สุด คือตัวนกสีแดง


 ต้องสังเกตให้ดีๆ จึงจะเห็นว่านกสีแดงมี 2 แบบไม่เหมือนกัน คือนกสีแดงตัวเล็กและตัวใหญ่ นกสีแดงตัวที่ผมชอบคือนกสีแดงตัวเล็กที่ถูกใช้เป็นภาพโลโก้ของเกมนี้ เราทุกคนจะได้รับมันมาตั้งแต่ตอนเริ่มเล่นเลเวลแรกสุด และมีให้เราเล่นได้แม้แต่ในเวอร์ชั่นดาวน์โหลดฟรี มันเป็นนกที่เรียบง่ายที่สุด คือไม่มีความสามารถพิเศษอะไร มันทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการลอยตามแรงของหนังสติ๊ก แล้วไปพุ่งชนเหล่าหมูแบบลุ่นๆ ทื่้อๆ


 แตกต่างจากนกตัวอื่นๆ ที่ล้วนมีความสามารถพิเศษเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างเช่นนกสีแดงอีกตัวที่เป็นตัวใหญ่ มันมีน้ำหนักมากและแข็งแรง เราสามารถยิงมันไปกระแทกสิ่้งปลูกสร้างให้ถล่มลงมาได้โดยง่าย นกสีเหลืองมีความเร็วสูงและมีจงอยปากแหลมคม เราสามารถยิงให้มันทะลุทะลวงน้ำแข็ง กระจก และแผ่นไม้ นกสีดำสามารถกลายสภาพเป็นระเบิด เมื่อไปกระแทกอะไรๆ ชนวนระเบิดจะถูกจุดขึ้นทันที นกสีเขียวบินได้เหมือนบูมเมอแรง จึงเหมาะที่จะให้มันบินอ้อมไปกวาดทำลายจากทางด้านหลัง นกสีขาวตัวอ้วนกลมเพราะมันมีไข่ประทัดยักษ์อยู่ภายใน และสุดท้ายคือนกสีฟ้าที่สามารถแตกกระจายออกเป็น 3 ตัวย่อยๆ สามารถใช้งานได้เหมือนกับกระสุนแบบลูกปราย


 เหล่านกขี้โมโหที่เกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษ วัตถุประสงค์ของชีวิตพวกมันจะแจ่มชัดเสียเหลือเกิน เมื่อผู้เล่นมีความชำนาญมากขึ้น ก็จะสามารถบังคับควบคุมพวกมัน และเลือกใช้งานไปตามวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป ผู้เล่นส่วนใหญ่มักจะดีใจ เมื่อเริ่มต้นเลเวลใหม่แล้วเห็นว่ามีนกพิเศษเหล่านี้ยืนปะปนอยู่กันเยอะๆ เพราะเราจะรู้ได้ทันทีว่าน่าจะสามารถผ่านเลเวลนี้ไปได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย


 ในทางตรงกันข้าม ถ้าเริ่มต้นเลเวลใหม่ แล้วเห็นว่ามีนกสีแดงตัวเล็กปะปนอยู่ด้วย ผู้เล่นมักจะรู้สึกพิศวงงงงวย และเริ่มวิตกกังวลว่าเราคงไม่สามารถผ่านเลเวลไปได้ง่ายๆ เสียแล้ว


 เพราะนกสีแดงไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษใดๆ เมื่อแตะหน้าจอในระหว่างที่พวกมันบินอยู่กลางอากาศ มันไม่ได้แปลงร่างเป็นอะไร ไม่ได้ปล่อยระเบิด ไม่ได้เพิ่มความเร็ว ไม่ได้ทำอะไรเลย มันเพียงแค่ล่องลอยไปอย่างนั้น จนกระทั่้งไปตกกระทบใส่เป้าหมายเพียงเบาๆ เราจึงมองไม่เห็นวัตถุประสงค์การใช้งาน และไม่รู้เหตุผลว่าทำไมมันต้องมาร่วมยืนเรียงหน้ากระดานกับนกตัวอื่นๆ อยู่ในเลเวลนี้ด้วย


 "เจ้านกสีแดงนี่มันทำอะไรไม่ได้เลยเนอะ ไม่รู้เค้าจะให้มาทำไม?" เพื่อนคนหนึ่งบ่นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด หลังจากที่เธอเสียเวลาอยู่กับเลเวลนี้นานเป็นชั่วโมงๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเล่นผ่านไปได้เสียที


 ถ้านกสีแดงได้ยิน มันคงเสียใจแย่ และถ้ามันพูดภาษาคนได้ นอกจากแค่ร้อง "อา...อี๊...อ๊า..." มันก็อาจจะตัดพ้อกับชีวิตเหมือนกับนางเอกในหนังเรื่อง Memories of Matsuko ที่เธอพูดว่า "ขอโทษด้วยที่ฉันเกิดมา...ขอโทษด้วยที่ฉันเกิดมา..."


 "ไม่หรอก! เค้าต้องมีเหตุผลสิ และนกทุกตัวล้วนมีวัตถุประสงค์" ผมตอบเธอไปเป็นการให้กำลังใจ เพื่อให้เธอยังคงยืนหยัดต่อสู้กับเกมนี้ต่อไป


 จักรวาลของ Angry Birds น่าพิศวงงงงวย และคุณจะมองไม่เห็นหนทางออกจากความน่าพิศวงนี้ ถ้ามัวแต่คิดว่า Angry Birds เป็นเกมแนวแอคชั่น ที่เล่นได้ง่ายๆ ด้วยการยิงนกไปถล่มบ้านหมูแค่นั้น เพราะจริงๆ แล้ว Angry Birds เป็นเกมแบบ Puzzle ที่ผู้เล่นจะต้องลองผิดลองถูก ค่อยๆ เรียนรู้จากประสบการณ์ความผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงองศาของหน้าไม้หนังสติ๊ก และระดับความแรงของการยิงไปเรื่อยๆ เพื่อค้นหาคำตอบที่อาจจะมีอยู่เพียงแค่คำตอบเดียว และใช้มันเป็นทางออกจากเลเวลที่มีอยู่เพียงริบหรี่


 การเอาแต่พุ่งชนเป้าหมายจะไม่ได้ให้คำตอบอะไรเลย นอกจากความสะใจที่ได้ถล่มทลายสิ่งปลูกสร้างและฆ่าหมูใจร้ายไปเพียงไม่กี่ตัว ด้วยวิธีการนี้ คุณอาจจะผ่านเลเวลง่ายๆ ไปได้ ถ้าโชคดีที่ในเลเวลนั้นมีนกเก่งๆ อยู่หลายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีนกสีดำที่แปลงร่างเป็นลูกระเบิดได้ คุณก็เพียงแค่ยิงมันพุ่งชนตรงไหนก็ได้ ปล่อยให้มันระเบิดตูม สิ่งปลูกสร้างจะล้มครืนลงมาทับหมูตายเป็นเบือ


 แต่ในเลเวลที่ยากๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าในเลเวลนั้นมีนกสีแดงปนอยู่ด้วย คุณจะใช้มันทำแบบเดียวกันนั้นไม่ได้ และจะผ่านไปไม่ได้เลย


 นกสีแดงเผยให้เห็นความน่าพิศวงงงงวยของจักรวาล โลก ชีวิต และสรรพสิ่งรอบตัว ถึงแม้มันจะเรียบง่าย ไร้ความสามารถพิเศษใดๆ ทั้งปวง แต่ขอให้เชื่อผมเถอะ! นกสีแดงตัวนี้คือแก่นแท้ คือสาระสำคัญของเกม Angry Birds มิเช่นนั้น ผู้สร้างคงไม่ให้ความสำคัญถึงขนาดที่นำมันมาเป็นภาพโลโก้ของเกมนี้หรอก


 ผู้สร้างต้องการจะบอกใบ้กับเราทุกคน ว่าจักรวาลนี้ โลก ชีวิต และสรรพสิ่งรอบตัว คือ Puzzle ขนาดใหญ่ยักษ์ ที่เราจะต้องหาคำตอบนั้นให้เจอ


 นกเก่งๆ ตัวอื่นๆ คือตัวแทนของคนเก่งๆ มีความสามารถพิเศษ เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่ค้นพบได้เร็ว เขาจึงรู้วัตถุประสงค์ของชีวิต และดำเนินชีวิตให้ผ่านพ้นไปได้ง่ายๆ สบายๆ แต่สำหรับนกสีแดง มันคือตัวแทนของพวกเราส่วนใหญ่ มันคือความจริงแท้ของชีวิตสำหรับคนธรรมดาๆ เรียบง่าย เกิดมาโดยที่ไม่มีอะไรวิเศษวิโสไปกว่าคนอื่น มีชีวิตอยู่ไปวันๆ อย่างน่าเบื่อหน่าย และกำลังสับสนว่าเราเกิดมาทำไม ชีวิตนี้มีจุดประสงค์อะไร


 เราอาจจะต้องใช้เวลาเป็นวันๆ เพื่อการค้นหาคำตอบของ Puzzle นี้ หรืออาจจะมีหลายคนที่ใช้เวลานานกว่านั้น จนแทบจะหมดความอดทน จึงบ่นออกมาว่า "เจ้านกสีแดงนี่มันทำอะไรไม่ได้เลยเนอะ ไม่รู้เค้าจะให้มาทำไม?" และอาจจะมีอีกหลายคนที่ใช้เวลาทั้งชีวิตหมดไปแล้ว แต่ก็ยังค้นหาคำตอบนี้ไม่เจอ ก็เลยตัดพ้อกับชีวิตว่า "ขอโทษด้วยที่ฉันเกิดมา...ขอโทษด้วยที่ฉันเกิดมา..."


 แต่ลักษณะสำคัญของเกม Puzzle คือมันถูกสร้างขึ้นมาโดยมีคำตอบรอไว้อยู่แล้ว ผู้สร้าง Angry Birds ไม่ได้สร้างแต่ละเลเวลขึ้นมาแบบสุ่มๆ สั่วๆ เพียงแค่เอาหินเอาไม้มาก่อเป็นบ้าน แล้วจับนกจับหมูมาวางเรียงๆ ไว้อย่างไร้เหตุผลรองรับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเห็นในเกมนั้นล้วนมีเหตุผล นกทุกตัวมีวัตถุประสงค์ และทุกเลเวลมีคำตอบรอไว้ให้เราค้นหา


 ถ้าไม่เชื่อ ก็ให้ลองเปิดเข้าไปค้นดูในเว็บยูทูบ ที่นั่นมีคนอัพโหลดคลิปวิดีโอเฉลยการเล่นไว้ครบแล้ว เพียงแค่เปิดเข้าไปดู แล้วก็เล่นไปทีละขั้นๆ ตามนั้นก็พอ


 "อ๋อ! ชั้นรู้แล้ว!" เพื่อนของผมพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เธอเริ่มมองเห็นคำตอบของเลเวลนี้แล้ว หลังจากความพยายามเล่นอยู่นานนับชั่วโมงๆ ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน โดยไม่ได้แอบเปิดเข้าไปดูเฉลยในยูทูบเลย


 เราต้องใช้นกสีแดงที่ได้มา ยิงไปชนแผ่นหินให้ล้มลงเสียก่อน แล้วจึงใช้นกสีเหลืองยิงเจาะทะลุกระจกและไม้ที่อยู่หลังแผ่นหินนั้นให้เปิดเป็นโพรง หลังจากนั้นก็ยิงนกสีดำที่เป็นลูกระเบิด ให้เข้าไปซุกอยู่ในโพรงนั้น ด้วยแรงระเบิดจากภายใน จะสร้างความเสียหายให้กับสิ่งปลูกสร้างได้มากกว่า และฆ่าหมูได้พร้อมๆ กันหลายตัว ในท้ายที่สุด เราค่อยใช้นกตัวสีฟ้าที่เหลืออยู่ตัวสุดท้าย ยิงให้แตกออกเป็นตัวย่อยๆ ตกไปใส่หมูที่ยังเหลือรอดจากแรงระเบิดเมื่อสักครู่ ผลสุดท้ายก็คือหมูตายเกลี้ยง และเราก็ได้เลื่อนไปสู่เลเวลถัดไปของเกม


 เรารู้เหตุผลแล้วว่าทำไมต้องมีนกสีแดง อีกทั้งเราได้ค้นพบวัตถุประสงค์ของนกสีแดงแล้วด้วย นกธรรมดาๆ ที่ไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลย ก็มีวัตถุประสงค์ของตัวเองได้เช่นเดียวกับนกเก่งๆ ตัวอื่นๆ


 นกทุกตัวล้วนมีความสำคัญ บางตัวเกิดมาเพื่อระเบิด บางตัวเกิดมาเพื่อทะลุทะลวง บางตัวเกิดมาเพื่อกระแทกหนักๆ บางตัวเกิดมาเพื่อแตกออกเป็นลูกปราย และบางตัวเกิดมาเพียงเพื่อชนแผ่นหินแผ่นเดียวให้ล้มลง


 พวกมันได้ลงมือกระทำตามวัตถุประสงค์ของตัวเองจนเสร็จสิ้น แล้วก็จะจากลาเลเวลนี้ไป เหลือทิ้งไว้เพียงผลของการกระทำนั้น การกระทำของนกตัวหนึ่ง ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่้องไปถึงนกตัวอื่นๆ ที่จะตามหลังมา และจะส่งผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้าง และหมูทุกตัวด้วย


 นกแต่ละตัวไม่ได้เกิดมาเพื่อตัวเอง ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง เพราะในท้ายที่สุด เราจะพบว่าวัตถุประสงค์ของนกแต่ละตัวเป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งของวัตถุประสงค์ของทั้งเลเวล วัตถุประสงค์ของแต่ละเลเวลก็เป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งของวัตถุประสงค์ของทั้งเกม นกทุกตัวและผู้เล่นทุกคนเพียงแค่กระทำไปตามวัตถุประสงค์ของผู้สร้างเกม


 เหตุผลของชีวิต วัตถุประสงค์ของการกระทำ และผลลัพธ์ทั้งหมดทั้งมวล จะไหลไปรวมกันสู่วัตถุประสงค์ที่ยิ่งใหญ่กว่า


 จักรวาลของเราก็อาจจะเป็นเช่นนี้เอง เป็นเหมือนกับจักรวาลของเกม Angry Birds


 ผมรู้สึกยินดีทุกครั้งที่ได้เห็นนกสีแดง เพราะมันคือความท้าทายให้ผมตั้งคำถามกับชีวิต เวลาที่มันล่องลอยอยู่กลางอากาศ มันส่งเสียงร้องว่า "อา...อี๊...อ๊า..." เหมือนกับมันคอยถามผมอยู่เสมอๆ ว่า "คุณรู้หรือยังว่าทำไม?"



...


 


 

1 comment:

nitiwats said...

ผมชอบบล็อกเรื่องนี้มากครับ หากไม่เคยเล่นคงต้องรีบไปหาเกมนี้มาเล่นแน่ แต่ปรากฏว่าผมติดเกมนี้ไปนานแล้ว ก็เลยได้อ่านไปยิ้มไปเพราะเหมือนพูด "เรื่องเดียวกัน"

ผมเองก็ไม่ค่อยโปรดสีแดงเท่าไหร่นัก แต่จริงอย่างที่คุณว่า การที่มันไม่มีความสามารถพิเศษ เราจึงต้องคิดวางแผนใช้มันให้ดีที่สุด และพบว่านำมันไปใช้ในหลายๆ งานได้มากกว่านกตัวอื่นที่เหมือนมีหน้าที่ประทับมาแล้วว่าต้องทำอะไร

ถึงกระนั้น ผมเคยใช้นกตัวอื่นแบบไม่ได้ใช้ความสามารถพิเศษด้วยนะครับ เพราะบางสถานการณ์ผมพบว่ายิงมันไปตรงๆ ให้ผลน่าพอใจกว่าใช้ความสามารถพิเศษของมัน