Thursday, February 14, 2008

มันมาอีกแว้วว อีกหนึ่งรายการทีวีน่าอนาถของไทย

...

หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากบล็อกเรื่อง ทีวีไทย ทำไมมันน่าอนาถอย่างนี้? มีคนสนใจเข้ามาอ่านและคอมเมนต์กันคับคั่ง (แค่นี้อ่ะนะ เรียกว่าประสบความสำเร็จ? 555) วันนี้เลยขอนำเสนอเรื่องราวภาคสอง ตอนต่อจากคราวที่แล้ว เกี่ยวกับรายการทีวีห่วยๆ เหมือนเดิม แต่คราวนี้เป็นเป็นรายการใหม่ ที่มีลักษณะโฆษณาทั้งแบบแฝงและไม่แฝงปนๆ กันอยู่ มันมีความเหมือนและความต่างไปจากรายการทีวีที่เสนอไปในตอนที่แล้วอยู่บ้าง

ภาพเหล่านี้ถ่ายมาจากหน้าจอทีวี ในตอนเช้าสายของวันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณสิบโมงกว่าๆ ไปจนถึงสิบเอ็ดโมงกว่าๆ ทางสถานีช่อง 5 (อีกแล้วครับท่าน)

1. เนื่องจากอยากจะหารายการทีวีห่วยๆ มาด่าอีกสักรายการ เช้าวันนั้นผมเลยเปิดไปที่ช่อง 5 เพราะคิดว่ายังไงๆ ช่อง 5 คงจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่ๆ แล้วก็จริงๆ เลยครับ ช่อง 5 นี่ขาประจำเลย สำหรับรายการทีวีห่วยๆ แบบนี้ ภาพนี้คือฉากเปิดรายการอย่างที่ว่านั่น พิธีกรรายการคือสิเรียม เธอก็พูดไปตามฟอร์แมทเดิมๆ นั่นแหละ ว่ากลับมาพบกันอีกแล้วนะคะท่านผู้ชม วันนี้รายการเรามีอะไรดีๆ มานำเสนอท่านผู้ชมมากมาย ติดตามชมกันนะคะ อะไรประมาณนี้




2. แล้วก็ตัดเข้าสู่ช่วงเนื้อหาของรายการ ทีนี้เรากำลังจะได้รู้กันเสียที ว่าอะไรดีๆ อย่างที่เธอเกริ่นไว้นั่นคืออะไร สรุปว่ามันคือบทสัมภาษณ์อดีตนางงาม (อีกแล้วครับท่าน คราวที่แล้วคืออรอนงค์ ปัญญาวงศ์ คราวนี้คือ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พวกอดีตนางงาม ในที่สุดแล้วก็กลายสภาพมาเป็นแขกรับเชิญหลักๆ ของรายการทีวีห่วยๆ พวกนี้) เนื้อหาในการสัมภาษณ์ก็ประมาณว่า ตั้งคำถามว่า คุณบุ๋มมีงานยุ่งทั้งวัน คิวแน่นเอี้ยด แถมยังแต่งงานมีลูกแล้ว (ไม่ได้กล่าวถึงว่าเตียงหักไปแล้วด้วย) ต้องเลี้ยงลูกอย่างเหนื่อยยาก ไหนยังต้องทำงานอีกมากมาย แต่ทำไมคุณบุ๋มถึงได้ดูดีแบบนี้ หุ่นดี บุคลิกดี ไม่มีอ้วน หน้าตาสดใส ?? บุ๋มก็เริ่มเข้าประเด็นแล้ว (ก็คือการโฆษณานั่นแหละ) ว่าบุ๋มมีเคล็ดลับ เป็นคอร์สลดความอ้วนที่ใช้เทคโนโลยีใหม่อะไรสักอย่าง มันเป็นนวัตกรรมใหม่เลยนะคะ พูดวนไปวนมาอยู่นั่นแหละ และก็ไม่เห็นบอกว่าไอ้เทคโนโลยีอะไรนั่น หรือนวัตกรรมไรนั่น คืออะไรกันแน่ ภาพตัดมาที่สิเรียมพิธีกร ทำหน้าดีใจใหญ่เลย (ต๊ายตาย ดีใจจัง) ว่าวันนี้บุ๋มอุตส่าห์สละเวลามาบอกเคล็ดลับในรายการเรา




3. ตัดเข้าสู่ช่วงพักโฆษณาแล้ว และนี่คือชื่อรายการนี้ ส่วนเนื้อหาสัมภาษณ์นั่นยังไม่จบนะครับ โปรดติดตามหลังโฆษณา



4. ช่วงโฆษณาของทางรายการนี่เขาก็โฆษณากันไปตามปกตินั่นแหละ เลยไม่ได้เอาภาพมาลงให้ดู แล้วพอตัดกลับมาเข้าสู่รายการ สิเรียมพิธีกรก็เริ่มดึงเข้าสู่ประเด็นเรื่องนวัตกรรมใหม่ให้ชัดเจนขึ้น โดยขึ้นตัวหนังสือให้เห็นว่าเรากำลังพูดกันเรื่องนวัตกรรม



5. แล้วเราก็จะได้เห็นแขกรับเชิญเพิ่มขึ้นมาอีกคน ยกมือสวัสดีกันปะหลกๆ เธอคือใครนะ กล้องโคลสอัพไปที่หน้า และขึ้นแถบตัวอักษรบอกชื่อว่า ป๊อป ไฮโซ (ใครอ่ะ? ใครรู้จักบ้าง ช่วยบอกทีว่าเธอคือใคร)




6. สัมภาษณ์กันไปสัมภาษณ์กันมา เราก็ค่อยๆ ได้รู้ว่า ป๊อป ไฮโซ เป็นคนมาจากสถานลดความอ้วนแห่งนี้ เธอ (หรือเขา) ก็จะพูดประมาณว่า ผู้หญิงเราต้องทำตัวให้สวยอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องมีความสุข ต้องมีความสำเร็จ ต้องเป็นผู้หญิงทำงานด้วย ต้องเลี้ยงลูกด้วย ต้องสวยเด้งด้วย สรุปว่าต้องทุกอย่างเลยน่ะ ชีวิตนี้ แล้วภาพก็โคลสอัพไปที่หน้าของเธอ (หรือเขา) เธอมองกล้องแล้วพูดวนๆ เรื่องเดิมนั่นแหละ ต้องโน่น ต้องนี่ แล้วภาพก็ตัดไปเป็นภาพถ่ายแฟชั่นของบุ๋มปนัดดา ประมาณว่า เห็นไหม มาใช้บริการของฉัน แล้วเธอหุ่นดีแบบนี้ ได้ไปถ่ายแบบในนิตยสารหลายเล่มนะ สรุปว่าทั้งช่วงนี้ เขาพูดวนไปวนมากันทั้งสามคนเลย ทั้งพิธีกร ทั้งแขกรับเชิญ เหมือนเมายาลดความอ้วนกันทุกคน ผมฟังอยู่ตั้งนาน ก็ยังไม่รู้อยู่ดี ว่าไอ้เทคโนโลยี หรือนวัตกรรม อะไรที่พูดๆ นั่นมันคืออะไร จุดมุ่งหมายก็คือการโฆษณานั่นแหละ และถ้าอยากรู้ละเอียดกว่านี้ ก็ต้องไปใช้บริการเป็นลูกค้าของเขา





7. เฮ้อ จบช่วงสัมภาษณ์ซะที พร้อมกับขึ้นเบอร์โทรศัพท์ใหญ่ๆ ชัดๆ ใครอยากประสบความสำเร็จในชีวิตและมีความสุขเหมือนบุ๋ม ปนัดดา ก็โทรไปเลยนะครับ




8. แล้วก็มีภาพวีทีอาร์ที่ไปถ่ายบุ๋มใส่ชุดเซ็กส์ซี่ๆ โคลสอัพไปที่เอวและหน้าท้องที่แบนราบ ภาพถัดมาคือภาพบุ๋มกำลังคุยโทรศัพท์มือถือ พร้อมคำบรรยายว่าคุณบุ๋มเธองานยุ่งจริงๆ นะ เห็นไหม? เวลาจะพูดว่าคนเรางานยุ่ง นี่มันต้องฉายภาพเราโทรศัพท์มือถือประจำเลย การคุยโทรศัพท์มือถือนี่แปลว่า "งานยุ่ง" ไปซะแล้วนะ แล้วปิดด้วยภาพสุดท้าย เป็นภาพโคลสอัพหน้าบุ๋มปนัดดา แบบถ่ายหน้าตรง ตามองกล้อง ผู้ชมรายการที่เป็นผู้หญิง จะได้รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังดูเงาสะท้อนในกระจกของตนเองอยู่ ฉันคือบุ๋ม หรือ ฉันอยากเป็นบุ๋มเหลือเกิน อะไรประมาณนี้





9. กล่าวร่ำลากันเสียที พร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ชัดๆ อีกที เอ้า! โทรกันไปเร็ว ใครอยากเป็นเหมือนบุ๋ม




10. หลังจากหมดช่วงสัมภาษณ์แล้ว รายการยังไม่จบครับ ยังมีเพิ่มเติมอีกหลายช่วง เริ่มต้นจากการรับสมัครผู้หญิงที่ต้องการมาเป็นหนูทดลองให้กับสถานลดความอ้วนแห่งนี้ เอ๊ะ! คนในภาพนี่หน้าเหมือนหม่อมลูกปลาเลย ใช่เปล่าน่ะ?




11. ช่วงถัดไปคือช่วงสอนการทำอาหาร โดยมีสปอนเซอร์คือเครื่องปรุงชนิดต่างๆ และมะพร้าวกะทิชาวเกาะ แน่นอนว่าเมนูที่เชพจะสอนให้ทำในวันนี้ คือแกงอะไรสักอย่าง ที่ต้องใช้กะทิเป็นส่วนประกอบหลัก ผมว่านี่คือสิ่งที่ทำให้รายการวันนี้ มีความแตกต่างไปจากรายการของกบ ปภัสรา ที่พูดถึงเมื่อวันก่อน คืออย่างน้อย รายการนี้ก็มีเนื้อหาเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติมเข้ามา โดยเกาะไปกับการโฆษณาของรายการ ในขณะที่รายการของกบ ปภัสรา นั่นมันไม่มีเนื้อหาอะไรเลยเพิ่มเข้ามาเลย เป็นการโฆษณาล้วนๆ อันนี้ต้องขอชื่นชมทีมงานรายการนี้อยู่บ้าง ว่าเขาทำงาน ทำเนื้อหาด้วยบ้าง




12. ยังไม่จบครับ ช่วงถัดไปคือช่วงการสอนทำเครื่องดื่ม โดยมีสปอนเซอร์หลักคือโซดาตราสิงห์ เขาสอนทำเชอร์รี่ เทมเปิ้ล ซึ่งใช้น้ำผลไม้ต่างๆ มาผสมๆ รวมกัน แล้วเทน้ำโซดาใส่เข้าไป อืม! อันนี้ก็ไม่เลวนะ มีเนื้อหาเพิ่มเติมเข้ามา ไม่ใช่โฆษณาล้วนๆ อีกเช่นกัน




13. จบรายการแล้วครับ พร้อมกับภาพสปอนเซอร์หลักของรายการ ซึ่งก็จะเชื่อมโยงกับเนื้อหารายการในตอนต้นที่เป็นการสัมภาษณ์ นี่คือภาพโฆษณาสถานลดความอ้วนของป๊อปไฮโซ ที่พูดถึงกันมาตั้งแต่ตอนต้นไง



14. จบรายการ สิเรียมมากล่าวปิดรายการ โดยยืนอยู่ข้างป้ายโลโก้ขนาดใหญ่ของสปอนเซอร์หลายราย ลองพิจารณาสัดส่วนขององค์ประกอบภายในภาพนี้สิ จะเห็นชัดว่าป้ายโฆษณานั้น กินพื้นที่ในจอภาพ มากกว่าตัวพิธีกรเสียอีก



จบแล้วครับ ผมถ่ายภาพจากหน้าจอทีวีมาให้ดูกันเล่นๆ น่าสังเกตคือรายการห่วยๆ แบบนี้ พบเห็นได้บ่อยเหลือเกินทางช่อง 5 โดยเฉพาะในช่วงเวลาประมาณเช้าสายของทุกวัน สรุปว่าฟรีทีวีของประเทศไทยช่องนี้ ที่ประชาชนยกทรัพยากรของชาติอันมีค่านี้ให้ทหารไป ทหารไม่ได้เอาใช้เพื่อเหตุผลเรื่องความมั่นคงของประเทศนะครับ เขาเอาไปขายเวลาต่อให้กับผู้จัดรายการทีวีห่วยๆ พวกนี้ แล้วผู้จัดรายการทีวีพวกนี้ก็เอาเวลาไปขายให้กับสปอนเซอร์อีกที สุดท้ายแล้วประชาชนคนดูทีวีอย่างเรา ไม่ได้อะไรกลับมาเลยจริงๆ นอกจากการโฆษณาไร้ค่าพวกนี้ การติดตามชมรายการพวกนี้ เสียเวลาไปครึ่งชั่วโมงเปล่าๆ ปลี้ๆ นอกจากจะไม่ได้อะไรเลยแล้ว แถมยังสร้างมายาคติบ้าบอ เรื่องความสวย ความผอม ความสำเร็จในชีวิต ความสุข ให้กับผู้ชมรายการนี้อีกด้วย

...

4 comments:

Eka-X said...

แทยไม่ต้องอ่านตัวหนังสือที่บรรยาย ก็เข้าใจเนื้อหารายการทั้งหมด เหอๆ

ปิด TV อ่านหนังสือ เล่นเน็ตดีกว่า
หรือไม่ก็เปิดดู Thai PBS

adamy said...

เพราะฉะันั้นผมถึงต้องไปทำรายการดูเองบนอินเตอร์เน็ตไงครับ ... เพราะว่ารายการทีวีนั้นมักจะขึ้นอยู่กับ Sponsor ครับ เพราะต้นทุนการทำรายการมันสูงมากๆ

วิธีที่ดีกว่าคือจะต้องหาที่ที่เค้าไม่กำหนดเราครับ : )


ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

เจ้าชายน้อย said...

ผมว่านะ มันก็ต้องเห็นใจคนทำรายการด้วยส่วนหนึ่ง 10 โมงเช้า วันอังคาร คนที่ดูส่วนใหญ่ก็คือ แม่้บ้าน ไฮโซ ที่อยากจะลดความอ้วน อยู่แล้ว ดูกลุ่มเป้าหมายแล้ว ก็ทำรายการออกมาเพื่อดึงดูด ให้คนไปใช้บริการ

บางที บ. ที่ทำรายการนี้ อาจจะทำรายการดี ๆ อยู่ที่ช่องอื่น ๆ หรือ ช่วงอื่น ๆ ก็ได้นะครับ ส่วนรายการนี้ทำเพื่อความอยู่รอดอ่ะนะ คนเรากินอยู่ด้วยเงินนี่ครับ

Anonymous said...

ดูทีวีแบบวิพากษ์
นี่ถึงแม้จะได้ดูรายการห่วยๆ
ก็ยังมีมุมซึ่งเราสามารถสนุกกับมันได้เน้อ ^_^

วงการสถาปัตย์ก็มีอะไรแบบนี้เหมือนกันนะ
พี่เคยดูรายการ "อยู่สบาย" กับ "รายการคนรักบ้านกับอาจารย์เชี่ยว" ที่ช่องเนชั่นไหม ไม่รู้สิพี่ ดูแล้วเหมือนว่าคนจัดรายการกำลังใช้ทีวีหางานให้ตัวเองยังไงก็ไม่รู้อ่ะ :P

จี้