Sunday, February 10, 2008

รายการทีวีไทย ทำไมมันน่าอนาถแบบนี้?

...

รายการทีวีของไทยทำไมมันเป็นแบบนี้กันไปหมดแล้วครับ? เมื่อคืนผมนอนดูทีวีรายการทอล์คโชว์ใหม่ทางช่อง 9 ของดีเจวู้ดดี้ เขาไปสัมภาษณ์บี้เดอะสตาร์ที่เชียงใหม่ สัมภาษณ์ไปสัมภาษณ์มา จู่ๆ วู้ดดี้พิธีกรก็ควักหมากฝรั่งขึ้นมา แกะห่อแล้วโยนเข้าปาก พร้อมกับพูดอธิบายเสียยืดยาว ว่าหมากฝรั่งยี่ห้อนี้เคี้ยวแล้วเหมือนได้แปรงฟัน แถมยังไม่มีน้ำตาลทำให้ไม่อ้วน คือนี่มันเล่นโฆษณาแฝงกันแบบหน้าตาเฉย และทื่อมะลื่อไร้ชั้นเชิงสิ้นดี ทำเอารายการทอล์คโชว์ที่ดูเหมือนว่าจะทำได้ดีมาก ลดเกรดลงในสายตาของผมอย่างฮวบฮาบทันที เสียแรงที่อุตส่าห์ติดตามดูมาหลายอาทิตย์

รู้สึกขัดใจเหลือเกิน เลยกดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ หยุดอยู่ที่ช่อง 3 เป็นละครซิทคอมเรื่อง เทวดาสาธุ เห็นนางเอกน่ารักดีเลยหยุดดู จู่ๆ ตัวละครในเรื่อง ซึ่งรับบทโดย กอล์ฟ เบญจพล กับตลกคาเฟ่อีกคน ไม่รู้จักชื่อ ก็ควักขนมเวเฟอร์คิทแคทขึ้นมาแกะซองกินเฉยเลย แล้วก็พูดสโลแกนของขนมยี่ห้อนี้ คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท และก็เล่นมุขเกี่ยวกับคิทแคทต่อไปอีกสักพัก นี่อุตส่าห์เปลี่ยนช่องหนีมาแล้ว จากรายการทอล์คโชว์มาเป็นรายการซิทคอม แต่โฆษณาแฝงแบบยัดเยียดและไร้ชั้นเชิง ยังอุตส่าห์ตามมาหลอกหลอนติดๆ กัน ภายในเวลาแค่ไม่กี่นาที

นี่มันจะเกินไปแล้วหรือเปล่า รายการทีวีในช่องฟรีทีวีพวกนี้ เขาก็อนุญาตให้มีโฆษณาคั่นในรายการอยู่แล้ว แต่ทำไมสมัยนี้ ผู้จัดรายการทีวี เอเยนซีโฆษณา และบริษัทเจ้าของสินค้า ถึงได้หน้าด้านหน้าทนและเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนกันขนาดนี้ เอาโฆษณามายัดใส่ไว้ในตัวรายการด้วยเลย มันไม่ใช่แค่รายการทอล์คโชว์ของวู้ดดี้ และไม่ใช่แค่รายการซิทคอมเทวดาสาธุ เท่านั้นนะครับที่ผมดูแล้วเจอแบบนี้ แต่มันเป็นกันแทบทุกรายการ ทุกประเภท ทุกช่อง และทุกช่วงเวลา ตลอดทั้งวัน

บางรายการหนักกว่านี้อีกครับ คือมันไม่ใช่โฆษณาแฝงอีกแล้ว ไม่ต้องทำแบบแฝงๆ ปิดๆ บังๆ แต่มันคือรายการโฆษณาล้วนๆ ทั้งรายการไม่มีเนื้อหารายการเลย แต่เป็นการโฆษณาแบบล้วนๆ 100% ลองมาดูตัวอย่างรายการนี้สิ ผมถ่ายรูปจากหน้าจอทีวีเก็บเอาไว้ ตั้งแต่ตอนเช้าของวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2551

1. ภาพเปิดรายการ ที่ดูเหมือนว่าเป็นรายการแนวไลฟ์สไตล์ปกติทั่วไป



2. พิธีกรรายการนี้กล่าวเปิดรายการ ประมาณว่า "สวัสดีค่ะ ท่านผู้ชม กลับมาพบกันอีกแล้วกับรายการของเรา มาดูกันว่าวันนี้เรามีอะไรดีๆ มาฝากท่านบ้าง" เออ มาดูกันให้เห็นกับตา ว่าเธอมีอะไรดีๆ มาฝากเรา



3. เนื้อหาช่วงแรกของรายการนี้ คือการสัมภาษณ์อดีตนางงามคนหนึ่ง พิธีกรกับแขกรักเชิญก็กล่าวคำทักทายสวัสดีกันไปตามปกติ แต่เอ๊ะ! ฉากหลังทำไมมีโลโก้สถานบริการลดความอ้วนแปะหราอยู่แบบนั้นล่ะ? ดูไปอีกอึดใจเดียวก็ต้องร้องอ๋อ อดีตนางงามคนนี้เป็นพรีเซนเตอร์ให้สถานลดความอ้วนแห่งนี้ และเนื้อหารายการช่วงแรกทั้งช่วง คือการโฆษณาสถานลดความอ้วนแห่งนี้นั่นเอง โฆษณากันไปมาจนถึงตอนจบช่วงรายการ ก็ขึ้นเบอร์โทรศัพท์ติดต่อสถานบริการแห่งนี้





4. เอาล่ะ! ทนดูรายการนี้ไปได้จนจบช่วงแรก ที่ไม่มีเนื้อหาอะไรเลยสักนิด มีแต่การโฆษณาล้วนๆ ไปแล้ว ภาพก็ตัดเข้าสู่ช่วงโฆษณา แน่นอนว่าช่วงโฆษณาก็ต้องโฆษณากันใช่ไหม สปอนเซอร์หลักของรายการนี้คือสถานบริการลดความอ้วนแห่งนี้นั่นเอง นอกจากนั้น ก็มีโฆษณาของดิสเคานต์สโตร์แห่งหนึ่ง และปิดท้ายช่วงโฆษณา ด้วยโฆษณาชุดแม่เหล็กลดความอ้วน





5. เข้าสู่ช่วงที่ 2 ของรายการ ซึ่งก็คือการโฆษณาอีกนั่นแหละ แค่เห็นชื่อช่วงรายการ ก็พอจะรู้แล้วว่าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเป็นสปอนเซอร์ โดยให้คุณหมอมาพูดๆ ประมาณว่า โรงพยาบาลเรามีความสามารถในการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติ บนใบหน้าของเด็กพิการแต่กำเนิดได้ พูดไปโดยมีโลโก้โรงพยาบาลใหญ่บึ้มแปะอยู่เป็นฉากหลัง แล้วพอจบช่วงนี้ ก็มีเบอร์โทรศัพท์ขึ้นให้อีก





6. เข้าสู่ช่วงที่ 3 ของรายการ โดยที่ไม่มีช่วงโฆษณาคั่น สงสัยเป็นเพราะเอเยนซีไม่แพลนโฆษณาเข้ามาในช่วงคั่น แต่แพลนโฆษณามุ่งเข้าไปสู่ช่วงในรายการแทนหมดแล้วนั่นเอง ช่วงที่ 3 ของรายการนี้ พิธีกรมานั่งอยู่คนเดียว เหมือนกับจะมาชวนคุยเรื่องราวอะไร เขาจะพูดเกี่ยวกับอะไรน้อออออ?? อ้อ! มันก็คือการโฆษณาอีกแล้วครับท่านผู้ชม มันคือโฆษณาบริการ SMS ดูดวง และการชิงโชครางวัลสร้อยคอทองคำ "นี่นะคะ ต้องกดไปเบอร์นี้นะคะ แล้วนี่ค่ะ จะได้สร้อยคอทองคำแบบนี้ กดเลยนะคะ" แล้วก็เป็นภาพเธอยิ้มไปยิ้มมา







7. เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของรายการ โดยไม่มีช่วงโฆษณาคั่นอีกแล้วครับ เพราะทั้งรายการของเธอคือการโฆษณานั่นเอง พิธีกรก็กล่าวปิดรายการ ประมาณว่า เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับเรื่องราวสาระที่ทางรายการของเรานำมาเสนอให้กับท่านผู้ชม เสียดายที่เรามีเวลาน้อยนะคะ วันนี้ต้องลากันไปก่อน พบกันใหม่ได้อาทิตย์หน้านะคะ เวลาเก้าโมงกว่าถึงสิบโมง เฮ้อ อาทิตย์หน้ายังมีอีกเหรอวะเนี่ยะ?? จริงๆ แล้วเธอมีอีกหลายรายการนะครับ กระจายไปหลายช่วงเวลา และทุกรายการของเธอก็เป็นแบบนี้แหละ คือไม่ต้องฝงไม่ต้องแฝงอะไรเลย โฆษณากันจะๆ เต็มๆ



8. ภาพปิดรายการ เป็นลิสต์โลโก้ของสปอนเซอร์โฆษณาของรายการเธอ และปิดท้ายด้วยภาพเบอร์โทรศัพท์ของฝ่ายโฆษณาของรายการเธอ




สรุปว่าทั้งรายการของเธอคือการโฆษณา และถ้าใครอยากจะมาลงโฆษณา ก็ให้ติดต่อมายังฝ่ายโฆษณา โอ้ยยย! เขียนแล้วก็งง เพราะมันมีแต่คำว่าโฆษณาๆๆๆ รายการนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ตัวอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ เพราะมันยังมีรายการทีวีประเภทนี้อีกหลายรายการ ทั้งของพิธีกรคนนี้ และของคนอื่นๆ อีก และไม่ใช่มีแค่เฉพาะทางช่องนี้เท่านั้น มันแพร่ลามไปทุกช่อง ทุกช่วงเวลา บรรดาผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ทุกช่องทำอะไรกันอยู่ครับ? ทำไมถึงปล่อยให้มีรายการแบบนี้ออกมาเผ่นผ่านเยอะเหลือเกิน

โปรดอย่าบอกว่า "ไม่ชอบก็ไม่ต้องดู" หรือ "ไม่ชอบก็เปลี่ยนช่องไปดูรายการอื่น" เพราะ

1. สถานีฟรีทีวีนี่เป็นทรัพยากรของประชาชนทั้งประเทศนะครับ และช่องสัญญาณก็มีอยู่จำนวนจำกัด เมื่อประชาชนยอมมอบให้ใครนำไปบริหารจัดการแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวคุณ เช่นเพื่องานด้านความมั่นคง เพื่องานประชาสัมพันธ์รัฐบาล เพื่อการหาเงินและหาผลประโยชน์เข้ารัฐ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็อยากจะให้มันมีรายการที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเราด้วย ไม่ใช่รายการที่มีแต่โฆษณาแบบนี้

2. อีกไม่นาน รายการอื่นๆ จะไม่มีเหลือให้ดู ถ้าเราปล่อยให้มีรายการโฆษณาประเภทนี้เพ่นพ่านไปทั่ว ผมว่าอีกไม่นาน รายการทีวีอื่นๆ ที่ทำดีๆ และตั้งใจจะมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม จะต้องหดหายไปเรื่อยๆ เพราะจะไม่มีโฆษณาเข้าในรายการเหล่านั้น บรรดาเอเยนซีโฆษณา บรรดาสปอนเซอร์ทั้งหลาย จะไม่ยอมแพลนโฆษณาไปให้รายการเหล่านั้น เพราะรายการดีๆ เหล่านั้นจะมีข้อจำกัดในการโฆษณามากกว่า สู้ทุ่มงบมาลงให้รายการห่วยๆ เหล่านี้ไม่ดีกว่าหรือ เพราะคุณได้ทั้งโฆษณาในช่วงโฆษณาของรายการ และได้โฆษณาในรายการทั้งรายการด้วย จริงไหม?

...

7 comments:

Anonymous said...

รายการแบบนี้เยอะมาก น่ากลัวกว่าขายตรงอีก

/FILMSICK

Eka-X said...

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าค่าเช่าเวลาแพงครับ รัฐคิดสัปทานแพงมาก พวกรายการที่ไม่มีหัวคิดมันก็เลยทำแบบนี้
แต่จริงๆ แล้วเนี่ย รายการแบบนี้จะมีคนชมได้นานเท่าไหร่กัน สู้ทำรายการให้ดีๆ แล้วคนดูติดตามเรื่อยๆ แล้วมีโฆษณาคั่นบ้างก็ไม่เป็นไร คิดว่าคนดูเข้าใจอยู่แล้ว ว่ารายการต้องมีรายได้
แบบนี้รายการจะอยู่ได้นาน

อันที่จริงเอเจนซี่ที่ซื้อโฆษณามันโง่หรือฉลาดกันแน่ มันไม่รู้เหรอว่ารายการแบบนี้ผู้ชมน้อย และไม่ยืนนาน เหอๆ

tUM|BleR said...

ถ้าทำเป็นช่วงสั้นๆ สองสามนาที ก้อเห็นอยู่เป็นปกตินะ แต่ถ้ายัดไว้ทั้งรายการอย่างงี้นี่แย่ ไม่มีใครดูหรอกคับ คุณกบ

MacroArt said...

อ่านแล้วนึกถึงพวกเว็บที่มีแต่โฆษณา AdSense เหมือนกันครับ

Riverdale said...

ไว้อาลัยให้ทีวีเมืองไทย

วงการหนังก็พอกัน กำลังจะก้าวขาลงนรก เริ่มจากโฆษณายัดเยียดช่วงครึ่งชั่วโมงก่อนหนังฉาย ต่อมาค่ายอาร์เอสเริ่มยัดโฆษณาสินค้าเข้ามาในหนังแบบไร้ยางอายและไร้เทคนิคแบบเดียวกับพวกซิทคอม ตัวอย่างที่ชัดเจนมาก คือ ผีไม้จิ้มฟัน และ รักนะ 24 ชั่วโมง (ซึ่งห่วยทั้งสองเรื่อง ดูหนังห่วยแล้วยังต้องดูโฆษณาอีก นี่กรูทำกรรมอะไรไว้)

เพลงฝน said...

เราว่า...โฆษณาแฝงมันก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วล่ะ...ไม่จำเพาะเจาะจงว่าเฉพาะในรายการโทรทัศน์

แต่แหม...รายการคุณกบ เธอก็เกินไปจริงๆ
อันนี้เป็นรายการที่ผลิตเพื่อหาเงินให้ตัวเองชัดๆ เลยล่ะค่ะ
ไม่ใช่รายการที่ให้สาระอะไรกับคนดูนัก

CZiamond Blog said...

เข้าใจครับพี่พูดมาแต่ชีวิตจริงของคนทำรายการทีวี แทบจะเอาตัวไม่รอดครับ เพราะค่าเช่าเวลาแพงมากๆ บางช่องตกนาทีละ สองสามแสนบาท

ไอ้ครั้นจะไปขายโฆษณาให้แต่บริษัทใหญ่ๆ ที่มีกำลังจ่ายได้ เขาก็มีงบจำกัด และมีบริษัทแบบนี้จำนวนไม่มาก..และแต่ละปีเขาก็ตัดงบ

ถ้ามีการถ่ายทำนอกสถานที่ ก็มีค่าใช้่จ่ายเยอะไม่ว่าจะเป็นค่้าเช่ากล้อง ค่าตัดต่อ ค่าสถานที่ ค่้าตัวพิธีกร ค่าคอมเออี ค่าเงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ ค่้าภาษีจิปาถะ และบางเทป ก็แทบจะพลิกแผ่นดินหาสปอนเซอร์กันเลยทีเดียว

ถ้าจะเอารายการดีๆ ยอดเยี่ยม และโฆษณาน้อยๆ ก้ต้องมีสปอนเซอร์มือเติบ ซึ่งลองเปิดไปดูเถอะครับ มีเจ้าแบบนี้กี่ราย ? และแถมยังมีอิทธิพลมืดอีกมากมายว่าจะได้เวลามาทำมาหากินหรือไม่

ผมก็เหมือนผู้ชมทั่วไปแหละครับ ที่อยากได้รายการดีๆ แต่เวลาที่ได้มามันไม่ฟรี และราคาแพงมากๆ (ผมอยากได้เวลามาทำงานก็ยังหาไม่ได้จนวันนี้) จริงๆ ได้ยินมาว่าค่าสัมปทานเวลาไม่ได้แพงมากขนาดนี้ แต่ผู้บริหารช่องนั่นแหละครับ มีผลประโยชน์ทับซ้อน เปิดบริษัทผีสางนางไม้มากว้านซื้อเวลาแล้วเอาไปขายต่อ..จึงทำให้ราคาสูงปี๊ดขนาดนั้น เจ้า็เล็กเจ้าน้อยอย่างรายการที่คุณว่า เลยต้องเอาตัวรอด..

อเมริกา เขาเปลี่ยนเป็นดิจิตัลแล้วครับ เลยสามารถมีช่องทีวีไม่จำกัด และเมืองไทยเอง ตอนนี้ทีวีดาวเทียมก็มาแรงและเป็นทางเลือกที่มากขึ้น แถมจานดาวเทียมสมัยนี้ ก็ราคาพอๆกับเสาอากาศสมัยก่อนเลย ผมว่าอีกไม่นานคงมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่แน่ๆครับ