Thursday, February 08, 2007

รูปติดบัตร

...

เมื่อวานนั่งรื้อข้าวของและเอกสารเก่าๆ เจอรูปถ่ายติดบัตรของตัวเอง ในเอกสารการเรียน จำพวกสมุดพกตอนมัธยม ไล่ไปจนถึงรูปแปะใบทรานสคริปต์ ตอนเรียนจบปริญญาตรี ถ้าใครขวัญอ่อน ขอแนะนำให้รีบปิดหน้าบล็อกนี้โดยไว

1. รูปติดบนสมุดพกสมัยเรียนม.ปลาย คุณเห็นเลข 16 ข้างบนนั้นไหม? มันคือเลขประจำตัวนักเรียน สมัยอยู่ม.ปลาย ผมเป็นนักเรียนหมายเลข 16 ของห้อง D เลขนี้ไม่ได้เกี่ยวกับอันดับการเรียนนะ แต่มันเกี่ยวกับว่าใครมาสมัครเข้าเรียนก่อนหลังต่างหาก คาดว่ารูปนี้คงถ่ายตอนอยู่ขึ้นชั้น ม.4 สังเกตเห็นไหมว่าตาใสปิ๊ง เป็นประกายวับๆ ไร้เดียงสาสิ้นดี


2. รูปแปะใบทรานสคริปต์ หรือสมัยเด็กๆ เรียกว่าใบ ร.บ. ย่อมาจากอะไรก็ไม่รู้ ได้มาเมื่อเรียนจบออกจากโรงเรียนแล้ว ผมเรียนอยู่ถึงแค่ม.5 แล้วก็สอบเทียบได้ ดังนั้นในใบร.บ. จึงมีแค่รายงานผลการเรียนของชั้น ม.4-ม.5 รูปนี้จึงถ่ายตอนเรียนจบชั้น ม.5 และกำลังเตรียมเอนทรานส์ หน้าตาตอนนี้ยังเหมือนตอน ม.4 เลย แต่ดูผอมลงเล็กน้อย


3. รูปถ่ายในชุดร.ด. เอาไว้แปะในใบส.ด.9 ย่อมาจากอะไรก็ไม่รู้ เขาให้ไว้ตอนที่เรียนร.ด. จบชั้นปี 3 เพื่อเป็นหลักฐานว่าเราไม่ต้องไปเกณฑ์ทหารแล้ว คาดว่ารูปนี้ถ่ายตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 เพราะผมต้องไปเรียนร.ด. ปี 3 ตอนเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ไปเขาชนไก่ตอนเรียนอยู่ปี 1 เป็นความทรงจำที่ทุลักทุเลน่าดู สังเกตว่าในรูปตอนนี้ ผมไว้ผมยาวมากขึ้นกว่าตอนเด็กๆ เป็นแบบรองทรงและแสกกลาง หน้าตายังคงใสปิ๊งเหมือนเดิม


4. รูปแปะในทรานสคริปต์ ตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว รูปนี้ถ่ายตอนจบปี 4 ประมาณปีพ.ศ.2537 ตอนนั้นไว้ผมยาวมาก เป็นเพราะเก็บกดมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ที่ต้องตัดผมสั้นมาตลอด พออยู่มหาวิทยาลัยก็เลยไว้ผมเสียยาวเหยียด น่าจะเป็นคนที่ผมยาวที่สุดในคณะแล้วด้วยซ้ำ วันที่ไปถ่ายรูปในชุดครุย ก็ทำตัวซ่า ไม่ยอมตัดผมอีก เลยกลายเป็นรูปบัณฑิตผมยาวติดในทรานสคริปต์ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ จำได้ว่าวันรับปริญญา ผมยาวกว่าในรูปนี้ด้วยซ้ำ มาถึงตอนนี้ผมตัดผมสั้นแล้ว ขี้เกียจไว้ยาว เพราะมันร้อน


...

13 comments:

กรูเอง said...

ฮือ.....

แน่จริงลงให้เห็นทั้งทรานสคริปต์ 555

yodmanud^ying said...

ตอนเด็กอ้วนท้วนสมบูรณ์ดีนะ :)

bickboon said...

เป็น รด. ที่ผมยาวมากเลยครับ ฮ่าๆๆ

grappa said...

ไว้ผมยาวอีกดิ

Anonymous said...

ลายมือไม่เปลี่ยนเลยนะ

Anonymous said...

ผมคิดเล่นๆ ว่า บางทีชีวิตก็คือ วันหนึ่งเรานั่งจัดบ้าน แล้วอยู่ดีๆ ก็ค้นไปเจอเอกสารเก่าๆ รูปถ่ายเก่าๆ ที่เรา
เคยอยู่ในวาระต่างๆ ของชีวิต เรียนหนังสือ ตอนเด็ก จบ ป.6 ขึ้น ม. 1 จบ ม.6 เข้า ปี .1 จบ ปี 4 เข้าทำงาน การงานก็จะพาชีวิตหมุนเวียนไปเจอเรื่องต่างๆ ร้อยพัน เพื่อวันหนึ่งเราจะได้มีชีวิตแบบนั่งอยู่บ้านเฉยๆ ปล่อยให้เวลาผ่านไปกับการได้นั่งทบทวนถึงใบหน้าต่างๆ ที่ผ่านมาของเราเอง

พี่เคยฟังเพลง เรื่องราวบนแผ่นไม้ของเฉลียง ไหม
บางทีชีวิตก็เป็นอย่างนั้น เรื่องราวบนแผ่นไม้ถูกทำให้เราไว้นั่งดู

Anonymous said...

จากสวยนอกซอย

รุ่นพี่คนหนึ่งเคยบอกเราว่าผู้ชายที่พูดถึงแม่จะทำให้หญิงสาวหวั่นไหวได้มาก ตอนนี้เราได้ความจริงอีกอย่างว่าผู้ชายที่พูดถึงอดีตเนี่ยก็เรียกเรตติ้งน่าดูซะ

เด็กเพชร said...

ดูแล้วให้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าแววตาตอนเด็กๆ ไร้เดียงสาเสียนี่กระไร และก็มีพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ รูปตอนอยู่มหา'ลัยนี่ก็เริ่มมีแววรู้เดียงสามากขึ้น

ผู้ชายน้อยคนนะเนี่ยทีจะเก็บเอกสารอะไรต่างๆ สมัยวัยเด็กไว้ได้ครบถ้วนขนาดนี้ อืม..ม.. น่าชื่นชม

wichiter said...

พี่อ๋องนี่ยิ่งโต ก็ยิ่งผอมนะ
ต่างกับผมเลยอ่ะ ^_^

Anonymous said...

ตอนเรียนมัธยมต้องใช้กระเป๋าจาคอปด้วยป่าว
เห็นเด็กโรงเรียนนี้หิ้วกันเป็นปกติ

ส่วนที่โรงเรียนฮิตมาก(ใช้ด้วย--ตามกระเเสสุดๆ)
ตลกดี

myblackcomedy

BozzaNova said...

เลขประจำตัวพี่ 167...
ของผม 207...
ห่างกันเยอะเหมือนกันแฮะ

ปล. อ่านคอมเมนท์เกี่ยวกับกระเป๋าจาคอบแล้วตลกดีครับ
จำไม่ได้แล้วว่าตอนอยู่เซนต์ฯ ได้ใช้ไหม
รู้สึกเหมือนจะไม่ได้ใช้ ตอนนั้นรู้สึกว่ามันแพงมาก แม่คงลำบากถ้าจะซื้อให้
แต่พอ ม.ปลาย ย้ายไปเตรียมฯ ก็จำได้ว่าใช้จาคอบนี่แหละ
หะหะ

grappa said...

ได้ข่าวว่าวันนี้ทำบราวนี่เหรอ
อยากเห็นขั้นตอนการทำอ่ะ
เอาลงบล็อกเลย
อบอุ่นลงตัว ขอบอก

ใบตำลึง said...

คิ้วหนา ซ่าสุดๆ 555